ดึงสติด่วน 10 สาเหตุสำคัญ ที่ทำให้เราเผลอซื้อของที่ไม่จำเป็น พร้อมวิธีแก้ไข

0
2861

การจับจ่ายใช้สอยเป็นกิจกรรมที่มนุษย์ทุกคนต้องเคยทำไม่ว่าจะด้วยความจำเป็นหรือความชื่นชอบส่วนตัว และเชื่อว่าจะต้องมีอย่างน้อยสักครั้ง ที่เมื่อคุณเดินทางออกจากบ้านไปซื้อของจำเป็นอย่างหนึ่ง แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านก็มีของที่ไม่จำเป็นติดไม้ติดมือมากลับมาด้วย แถมบางครั้งยังลืมซื้อของที่ตั้งใจออกไปซื้อแต่แรกอีกต่างหาก

เคยสงสัยบ้างไหมว่าทำไมเราจึงชอบซื้อของไม่จำเป็นติดไม้ติดมือมาด้วยเสมอ ยกตัวอย่างเช่นเมื่อคุณออกไปมินิมาร์ท ตลาด หรือห้างสรรพสินค้าเพื่อไปซื้อขนมปัง แต่สิ่งที่คุณได้กลับมานั้นมีทั้งขนมขบเคี้ยว ผลไม้ ไปจนถึงของชิ้นใหญ่อย่างอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือเฟอร์นิเจอร์ วันนี้เราจึงจะพาท่านไปวิเคราะห์และค้นหาสาเหตุ ว่ามีเหตุการณ์ใดบ้างส่งผลให้เราซื้อของที่ไม่ต้องการหรือไม่จำเป็นต้องใช้ ที่มีสาเหตุมาจากทั้งความเครียด ราคาสินค้า ไปจนถึงปัจจัยทางจิตวิทยาที่น่าสนใจหลายข้อ

Diderot effect

คือการซื้อของหรือการได้รับสิ่งใหม่ๆ แต่กลับทำให้เกิดการเปรียบเทียบที่นำไปสู่ความรู้สึกไม่พอใจสิ่งเก่าที่มีอยู่ จนเกิดวังวนความต้องการเสพสิ่งใหม่อย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ไม่สิ้นสุด ปรากฏการณ์นี้ถูกค้นพบโดยนักปรัชญาชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อว่า Denis Diderot ที่เคยได้รับเงินก้อนใหญ่จึงนำเงินนั้นไปซื้อชุดใหม่เอี่ยมสุดหรู และเมื่อนำกลับมาแขวนในตู้เสื้อผ้า เสื้อผ้าตัวอื่นๆ ก็ดูหม่นหมอง จนเขาต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่ยกตู้เพราะอยากดูดีอยู่ตลอดเวลา วิธีรับมือกับปรากฏการณ์ดีเดอรอท ก็คือให้ลองทบทวนดูว่าเราซื้อของชิ้นนั้นมาเพราะเราชอบและต้องการใช้จริงๆ หรือซื้อมาเพื่อให้ตัวเองดูดีในสายตาคนอื่น เพราะของราคาแพงๆ อาจไม่ได้ทำให้เราดูดีขึ้นเสมอไป

The Snob effect

คือการซื้อสินค้าที่ไม่จำเป็นเพียงเพราะอยากดูดีในสายตาของคนอื่น โดยไม่ได้คำนึงถึงความเหมาะสมหรือประโยชน์ในการใช้สอย และยังไม่อยากใช้ของที่ซ้ำกับคนอื่น เพราะอยากเป็นคนที่โดดเด่นอยู่ตลอดเวลา วิธีแก้ไขก็คือให้ลองเขียนลิสต์เกี่ยวกับสิ่งที่ตนถนัดหรือทำได้ดี เพื่อให้ตระหนักได้ว่าเราเองก็เป็นคนที่มีคุณค่า โดยไม่ต้องอาศัยปัจจัยภายนอกอย่างเสื้อผ้าหรือข้าวของเครื่องใช้ราคาแพงที่เราไม่อยากได้

Bandwagon effect

ตรงข้ามกับ The Snob effect เนื่องจาก Bandwagon effect คือการซื้อของตามคนอื่นเพราะของสิ่งนั้นกำลังมาแรงหรือได้รับความนิยมมาก แม้ว่าของสิ่งนั้นจะไม่ใช่ของที่เราชอบ หรือไม่เข้ากับตัวเราเลยก็ตาม วิธีแก้ไขก็คือก่อนจะซื้อของที่ไม่จำเป็นทุกครั้ง ให้ถามตัวเองก่อนว่าเราอยากได้ของสิ่งนั้นเพราะอะไร

ซื้อของเพื่ออนาคต

คนเรามักมีวิธีการมองโลกในแง่ดีที่แปลกประหลาด นั่นก็คือการซื้อเสื้อผ้าหรือข้าวของเผื่อไว้สำหรับใช้ในอนาคต อย่างเช่นการซื้อชุดที่เล็กกว่าตัวเองไป 2 ไซส์ เพราะเชื่อมั่นว่าตนจะสามารถลดน้ำหนักได้ หรือซื้อชุดที่จะเก็บไว้ใส่ไปออกเดตกับชายหนุ่มในฝัน โดยที่ปัจจุบันเรายังไม่มีแม้แต่คนคุย วิธีรับมือกับการซื้อของเพื่ออนาคตโดยไม่จำเป็น ก็คือการจำไว้ว่า ไม่มีเสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือข้าวของใดๆ ที่จะเปลี่ยนชีวิตของเราจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ ถ้าเราไม่ลงมือทำมันด้วยตัวเอง

ซื้อของแก้เครียด

เวลาที่รู้สึกเครียดหรือเศร้า คนเรามักมีแนวโน้มที่จะซื้อของไม่จำเป็นมากขึ้นเพื่อสร้างความสุขให้กับตัวเอง วิธีรับมือกับการซื้อของที่ไม่จำเป็นเพื่อแก้เครียดก็คือต้องจำไว้ว่า ความสุขที่เกิดขึ้นจากการซื้อของนั้นผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก และไม่นานเราก็จะกลับมาเครียดหรือเศร้าเหมือนเดิม ดังนั้นเราควรแก้ไขที่ต้นเหตุ ก็คือสาเหตุที่ทำให้เราเครียดหรือเศร้าซึมมากกว่าหาทางระบายด้วยวิธีอื่น

ความสะดวกสบายของร้านค้า

เชื่อไหมว่าการตกแต่งที่สวยงาม อากาศที่เย็นสบายหรืออบอุ่นกำลังดี และเพลงที่เปิดคลอเบาๆ ทำให้เรามีแนวโน้มที่จะซื้อของมากขึ้นเมื่ออยู่ในร้านค้าเหล่านั้น และหลงลืมทุกอย่างไปจนหมดสิ้น วิธีแก้ไขก็คือเข้าไปซื้อของในร้านค้าเฉพาะเวลาที่เราไม่รู้สึกหิว และทางที่ดีก็ควรใส่หูฟังที่เปิดเพลงไว้ด้วย

โปรโมชั่นและสินค้าลดราคา

คือเหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้ผู้คนเผลอซื้อของที่ไม่จำเป็น เพราะคิดว่ามันคุ้มค่ากับราคาที่จ่าย วิธีแก้ไขคือจำกัดพื้นที่ในการเก็บข้าวของ เช่นพยายามควมคุมไม่ให้มีเสื้อผ้ามากเกินที่จะแขวนในตู้ได้ และหมั่นสำรวจข้าวของที่เรามีอยู่แล้วเสมอ เพื่อไม่ให้เผลอซื้อของที่ซ้ำกันมาอีก

ซื้อของถูกแต่ไร้คุณภาพ

หลายคนมักเลือกซื้อของที่มีราคาที่ถูกกว่าเพราะคิดว่ามันจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ แต่อย่าลืมว่าของที่มีราคาถูกส่วนมากก็มีคุณภาพที่ด้อยกว่าเช่นกัน โดยเฉพาะของมือสองที่คุณอาจต้องเสียเงินค่าซ่อมมากกว่าค่าของซะอีก วิธีแก้นิสัยนี้ก็คือต้องท่องไว้เสมอว่า จะซื้อของแพงแต่ดีแค่ครั้งเดียว หรือจะซื้อของถูกแต่พังทั้งสองครั้ง

หลงคารมคนขาย

ผู้ที่มีหน้าที่ขายสินค้าย่อมมีวิธีการพูดชักจูงและโน้มน้าวให้เรารู้สึกอยากซื้อของมากขึ้น อย่างเช่นการบอกว่านี่เป็นของชิ้นสุดท้ายที่เหลืออยู่แล้ว แม้จะไม่เป็นความจริงก็ตาม ซึ่งทำให้เรารู้สึกเสียดายถ้าหากไม่ซื้อของชิ้นนั้นเก็บไว้ วิธีแก้ก็คือหาข้อมูลก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าเสมอ รวมทั้งลองเปรียบเทียบคุณภาพและราคาของสินค้าทางอินเทอร์เน็ต เพื่อให้เรารู้เท่าทันคนขาย และสามารถวิเคราะห์ได้ว่าคุณภาพนั้นเหมาะสมกับราคาหรือไม่

ความกลัวในจิตใจ

ความกลัวก็ทำให้เราเผลอซื้อของที่ไม่จำเป็นได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น การที่เรากลัวว่าเมื่อผ่านมาครั้งหน้า เราอาจจะไม่มีเงินพอที่จะซื้อของชิ้นนี้ หรือของชิ้นนี้อาจจะไม่มีขายแล้ว หรืออาจจะเป็นความกลัวที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในใจ อย่างเช่นการที่พ่อแม่มักไม่อนุญาตให้เราซื้อเมื่อตอนเรายังเป็นเด็ก เมื่อเราโตขึ้นเราจึงรู้สึกอยากซื้อมันเก็บเอาไว้

วิธีแก้ไขก็คือซื้อเฉพาะของที่จำเป็นหรือชอบจริงๆ เท่านั้น ด้วยการลองจินตนาการดูว่าถ้าเราต้องย้ายไปอยู่ต่างประเทศ เราจะขนมันไปด้วยหรือทิ้งไว้เพราะไม่อยากเปลืองค่าขนส่ง

ที่มา: brightside