รวมความเชื่อของผู้คนในยุคโบราณ ที่แปลกและต่างจากยุคปัจจุบันอย่างสุดขั้ว

0
593

วิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรม และความเชื่อของคนเรานั้นเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา สิ่งที่เคยได้รับความนิยมในอดีต ก็อาจจะกลายเป็นสิ่งที่แปลกประหลาดในยุคปัจจุบัน ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองสิ่งเหล่านั้นด้วยความคิดแบบใด

รวมสิ่งที่ผู้คนเคยยึดถือปฏิบัติเป็นเรื่องปกติธรรมดาในอดีตอันไกลโพ้น แต่พฤติกรรมเหล่านี้อาจถูกมองว่าแปลกประหลาดสำหรับผู้คนในยุคปัจจุบัน เพราะสิ่งต่างๆ ย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาและยุคสมัยที่ผันผ่านไป

ในยุคกรีกโบราณ หนวดเคราคือสัญลักษณ์ของความเป็นชายและความเฉลียวฉลาด ยิ่งหนวดเคราหนาเท่าไหร่คนก็ยิ่งมองว่าดูดีมีเสน่ห์และมีความเป็นชนชั้นสูง ส่วนโอลิมปิกทำให้ผู้คนหันมาดูแลสุขภาพร่างกายมากขึ้น และมีการใช้น้ำมันมะกอกเพื่ออบอุ่นร่างกายก่อนการเล่นกีฬา และอีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจคือ Hippocratic face เป็นคำที่ใช้บรรยายลักษณะหน้าตาของคนที่กำลังจะเสียชีวิต คือมีจมูกแหลม ตาลึกโหล หูเย็นและผิดรูป ผิวแห้งแข็งหย่อนยาน

ยุคกลางเป็นจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมการชนแก้ว มีตำนานเล่าว่าปีศาจอาจแทรกซึมเข้าไปทางปาก จึงป้องกันได้ด้วยการชนแก้วกันก่อนดื่มและต้องยกมือปิดปากเวลาหาว การยกหมวกทักทายก็มาจากยุคกลางเช่นกัน เพราะนักรบต้องถอดหมวกเกราะออกเพื่อแสดงตัวว่ามาอย่างสันติ ส่วนในเปอร์เซีย ผู้ชายที่อยู่ในชนชั้นเดียวกันต้องทักทายกันด้วยการจูบที่ริมฝีปาก ส่วนชนชั้นต่ำกว่าจูบที่แก้ม แต่ถ้าชนชั้นต่างกันมากๆ ฝ่ายที่ชนชั้นต่ำกว่าต้องลงไปนอนกับพื้น

การเริ่มใช้ช้อนส้อมเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 12 ก่อนหน้านั้นมีการใช้ช้อนเพื่อรับประทานของหวานเท่านั้น ส่วนส้อมถูกมองว่าเป็นเครื่องมือของซาตาน ในฝรั่งเศสผู้คนเช็ดมือกับผ้าปูโต๊ะและดื่มซุปจากถ้วย และการล้างมือก่อนรับประทานอาหารก็เริ่มต้นจากยุคกลาง แต่ผู้คนจะล้างมือลงไปบนโต๊ะอาหารด้วยน้ำที่คนรับใช้ยกมาให้

ในอดีตแพทย์เชื่อว่าการอาบน้ำนั้นเป็นอันตรายต่อร่างกาย จนสมเด็จพระราชินีนาถอิซาเบลที่ 1 แห่งกัสติยา สรงน้ำแค่ 2 ครั้งตลอดชีวิต ส่วนพระเจ้าเฮนรีที่ 8 แห่งอังกฤษ บังคับให้คนรับใช้จูบผ้าปูที่นอนทุกวันเพราะกลัวว่าจะมียาพิษ

ในศตวรรษที่ 18 หญิงชนชั้นสูงนิยมไว้ผมสูงๆ และตกแต่งด้วยผลไม้ ดอกไม้ หรือแม้แต่ตุ๊กตารูปสัตว์ และมารี อ็องตัวแน็ต ภาคภูมิใจกับเหาของตนเองมากเพราะมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความศักดิ์สิทธิ์

ในสมัยวิกตอเรียการเปิดเผยร่างกายเป็นเรื่องต้องห้าม จึงมีการคิดค้น Bathing machine ขึ้นมาในศตวรรษที่ 17 เพื่อให้ผู้คนใช้เปลี่ยนชุดว่ายน้ำ หญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปนอกบ้านตามลำพัง ผู้หญิงห้ามมองไปรอบๆ หรือหยุดทักทายคนรู้จัก ถ้าเจอผู้ชายที่รู้จักและอยากพูดคุยด้วยก็ต้องยื่นมือให้ผู้ชายก่อน และผู้ชายก็ต้องตอบรับไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ก็ตาม และหญิงสาวที่ยังไม่แต่งงานไม่สามารถคุยกับผู้ชายได้ถ้าไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย

ครอบครัวคนร่ำรวยมักจะให้ลูกของพวกเขาสวมชุดสีขาวที่ประดับด้วยลูกไม้ ขนนก และโบว์ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย Crinoline คือกระโปรงที่มีโครงสร้างเป็นไม้ ออกแบบมาเพื่อให้กระโปรงของผู้หญิงมีความอลังการ และพวกเธอก็มักจะเดินผ่านประตูไม่ได้เมื่อสวมใส่ Crinoline และผู้หญิงและผู้ชายหลายคนก็นิยมมาสก์หน้าด้วยเนื้อดิบ

ที่มา: brightside