รวมเทคนิคของพ่อแม่ ที่ชักนำให้ลูก ทำสิ่งที่เค้าไม่อยากทำได้โดยไม่ต้องบังคับ

0
1068

ไม่ว่าลูกจะเป็นเด็กดี เชื่อฟังพ่อแม่ หรือมีนิสัยเรียบร้อยมากแค่ไหน แต่ด้วยช่วงวัยที่กำลังเติบโต เชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนต่างก็เคยเผชิญกับความดื้อของลูกที่ทำให้ปวดหัวมาแล้ว แต่อาจไม่รู้ว่ามันสามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีการที่สันติแบบนี้

โดยแต่ละข้อเป็นตัวอย่างเกี่ยวกับเคล็ดลับในการเลี้ยงลูก ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับความดื้อ ซน หรือไม่เชื่อฟังของเด็กๆ ที่พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องดุเลยแม้แต่น้อย นั่นคือการหลอกล่อให้เด็กๆ ทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับสิ่งที่พวกเขาต้องการ

เด็กส่วนใหญ่ไม่ชอบกินผัก โดยเฉพาะถ้าพ่อแม่บังคับให้พวกเขากินจนทำให้เกิดพฤติกรรมการต่อต้าน แต่คุณแม่คนหนึ่งเลี้ยงลูกโดยการตักผักใส่ในจานของผู้ใหญ่เท่านั้น เมื่อลูกๆ ถามว่าทำไมในจานของพวกเขาจึงไม่มีผัก แม่ก็ตอบว่ามันเป็นอาหารของผู้ใหญ่ แต่ลูกจะลองชิมก็ได้ วิธีนี้ทำให้ลูกๆ ของเธอกลายเป็นคนที่ชอบทานผักไปเลย

อีกเรื่องราวที่น่าสนใจ ของชายหญิงคู่หนึ่งที่เป็นสามีภรรยากัน ฝ่ายหญิงถูกพ่อแม่ลงโทษด้วยการห้ามกินสลัด ทำให้เธอกลายเป็นคนที่ชอบกินผักมากและกินสลัดทุกครั้งที่มีโอกาส ส่วนฝ่ายชายนั้นถูกพ่อแม่ลงโทษด้วยการห้ามอ่านหนังสือ ทำให้เขากลายเป็นคนรักการอ่านมาก และเมื่อโตขึ้นก็จะหาเวลาเข้าห้องสมุดหรือร้านหนังสือเป็นประจำ

วิธีแก้ปัญหาของคุณแม่ที่อาจฟังดูเข้มงวดไปสักหน่อย และควรทำกับเด็กๆ ที่เริ่มโตแล้วเท่านั้น นั่นก็คือคุณแม่ยอมให้พวกเขากินอะไรก็ได้หรือทำอะไรก็ได้ตามใจต้องการ เรื่องนี้จบลงด้วยการที่เด็กๆ กินขนมและอาหารที่ไม่มีประโยชน์จนอาเจียนหรือปวดท้องไปหมด แต่สุดท้ายพวกเขาก็เรียนรู้ที่จะกินอาหารที่มีประโยชน์และควบคุมตัวเอง

ความเจ้าเล่ห์ในทางที่เป็นประโยชน์ของคุณพ่อ ที่สอนให้ลูกๆ ซึมซับการช่วยเหลือพ่อแม่ทำงานบ้านได้โดยไม่ต้องดุหรือบังคับพวกเขาเลย นั่นก็คือชวนเด็กๆ มาเล่นเกมแข่งกันพับผ้า แต่คุณพ่อไม่เคยพับชนะลูกเลยแม้แต่ครั้งเดียว

คุณแม่กับวิธีแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อลูกวัย 3 ขวบลงไปร้องไห้และดิ้นอยู่บนพื้นระหว่างที่กำลังต่อแถวจ่ายเงินในห้างสรรพสินค้า แล้วคุณแม่ก็พูดกับลูกของตัวเองว่า “คุณแม่หนูไปไหน เราต้องรีบตามหาคุณแม่ของหนูแล้ว” ทำให้ลูกของเธอถึงกับสับสนและหยุดร้องไห้ จากนั้นก็โผเข้ากอดคุณแม่ซึ่งก็คือเธอนั่นเอง

ความขัดแย้งระหว่างพี่น้องเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในทุกครอบครัว บางครั้งมันก็เป็นแค่การอิจฉากันเล็กๆ น้อยๆ แต่พ่อแม่อาจไม่รู้ว่าตนเองสามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ได้ ยกตัวอย่างเช่นเรื่องราวของคุณแม่คนหนึ่งที่หลอกให้ลูกเรียนภาษาสเปนอย่างตั้งใจ ด้วยการบอกว่าพี่ชายของเธอนั้นเก่งภาษาสเปนมากกว่า

เด็กที่อยู่ในวัยที่กำลังเรียนรู้และเติบโตนั้นชอบการแข่งขันและการเอาชนะ ซึ่งเป็นเรื่องของพัฒนาการที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ดังนั้นถ้าพ่อแม่ต้องการให้พวกเขาทำอะไรที่ไม่อยากทำ ให้พูดว่าไม่คิดว่าลูกๆ จะทำแบบนั้นได้ ยกตัวอย่างเช่นถ้าอยากให้ลูกเก็บของเล่น ก็ให้บอกว่าพ่อแม่คิดว่าลูกคงไม่สามารถเก็บของเล่นให้เข้าที่ได้ด้วยตัวเองแน่นอน

เรื่องราวของเด็กชายที่ถูกพ่อแม่ห้ามไม่ให้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่วางอยู่บนชั้น โดยบอกว่าเขาจะอ่านได้ก็ต่อเมื่อทำตัวเป็นเด็กดีเท่านั้น เด็กชายจึงทำตัวว่านอนสอนง่ายมาตลอด จนกระทั่งวันหนึ่งเขามีโอกาสได้หยิบหนังสือเล่มดังกล่าวมาอ่าน เขาก็ตั้งใจอ่านมันไปถึงครึ่งเล่มในเวลาเพียงวันเดียว และมันคือหนังสือประวัติศาสตร์ประเทศจีนทั่วๆ ไป

ถ้าต้องการให้เด็กๆ ทำอะไรบางอย่าง อย่าถามว่าพวกเขาอยากทำอะไร แต่ให้เลือกระหว่างสองสิ่งที่มีประโยชน์แทน ยกตัวอย่างเช่นให้เลือกว่าจะเก็บของเล่นหรือจะเข้านอน และเด็กๆ ก็จะเลือกเข้านอนอย่างเรียบร้อย

ลูกชายที่ไม่รู้ว่าพ่อใช้เทคนิคควบคุมความคิดของเขา นั่นก็คือถ้าพ่อบอกให้เขาช่วยตัดหญ้าให้หน่อย เขาก็จะไม่อยากทำ พ่อจึงมักจะบอกให้เลือกว่าจะตัดหญ้าหรือเช็ดหน้าต่างทั้งหมดในบ้าน และลูกชายก็เดินไปตัดหญ้าด้วยตัวเอง

เรื่องราวของคุณแม่ที่ถูกลูกน้อยวัยซนเข้ามาปลุกตั้งแต่เช้าตรู่ทุกวัน ด้วยเอเนอร์จี้ที่เปี่ยมล้นทำให้เขาส่งเสียงดังและวิ่งเล่นไปทั่วจนคุณแม่นอนต่อไม่ได้ คุณแม่จึงมักจะหลอกล่อให้เขาไปหาอะไรทำจนหมดแรงลงไปได้บ้าง ยกตัวอย่างเช่นหลอกถามว่าขาข้างไหนของเขาวิ่งเร็วกว่ากัน แล้วลูกชายก็จะเริ่มวิ่งไปทั่วบ้านเพื่อหาคำตอบ

เมื่อลูกชายคนเล็กไม่ยอมฝึกนั่งขับถ่ายด้วยตนเองเสียที คุณแม่จึงพูดกับเขาทุกครั้งที่สวมผ้าอ้อมว่ามาสวมผ้าอ้อมสำหรับเด็กกันเถอะ และบอกว่าพี่สาวของเขานั้นโตไวกว่ามาก ทำให้หนูน้อยไม่พอใจเพราะไม่อยากถูกเรียกว่าเป็นเด็ก จึงเริ่มฝึกนั่งขับถ่ายด้วยตนเอง และภายในระยะเวลาเพียง 5 วันคุณแม่ก็ไม่ต้องใช้ผ้าอ้อมอีกเลย

ที่มา: brightside