วิธีการเลี้ยงลูก ที่พ่อแม่ผู้ปกครองเข้าใจว่าเป็นการหวังดีต่อลูกน้อย

0
1266

พ่อแม่ส่วนใหญ่ล้วนอยากให้ลูกของตนเองนั้นเติบโตขึ้นมาเป็นคนดี มีความสุข และประสบความสำเร็จในชีวิต แต่บางครั้งก็ไม่รู้ตัวว่าสิ่งที่ตนเองทำอยู่นั้นคือวิธีที่ผิด ที่อาจส่งผลเสียต่อเด็กๆ มากกว่าผลดีโดยที่พ่อแม่ก็ไม่ได้ตั้งใจ

วิธีการเลี้ยงลูกแบบผิดๆ ที่พ่อแม่ควรหลีกเลี่ยง เมื่อมองเผินๆ แล้วอาจจะดูเหมือนเป็นวิธีการที่ถูกต้องและเป็นความหวังดีต่อเด็กๆ แต่จริงๆ แล้วมันกลับส่งผลเสียกับพวกเขาโดยที่ทั้งคุณพ่อคุณแม่และลูกเองก็ไม่รู้ตัว

พ่อแม่ไม่ควรพูดแทนลูกๆ ของตัวเอง โดยเฉพาะในเรื่องง่ายๆ อย่างเช่นเมื่อมีคนแปลกหน้าถามชื่อ พ่อแม่นั้นสามารถแนะแนวทางให้เด็กๆ ตอบคำถามอย่างถูกต้องได้ แต่ไม่ควรพูดแทนเพราะจะทำให้เด็กๆ ไม่มั่นใจในตัวเอง

หลายคนคิดว่าพ่อแม่นั้นควรทำตัวเป็นเพื่อนสนิทให้กับลูกๆ ด้วย แต่ความจริงแล้วพ่อแม่ไม่สามารถเป็นเพื่อนให้กับพวกเขาได้อย่างสนิทใจเหมือนเพื่อนในวัยเดียวกัน เพราะพ่อแม่นั้นมีความห่วงใยและมีอำนาจเหนือกว่า จึงควรทำตัวเป็นเพื่อนแค่ในบางสถานการณ์ และบางสถานการณ์ก็ปล่อยให้เด็กๆ ไปมีเพื่อนและมีสังคมเป็นของตัวเอง

พ่อแม่หลายคนมักบังคับให้ลูกทำทุกสิ่งตามความคิดเห็นหรือความต้องการของตนเอง ด้วยวิธีการที่ออกแนวบังคับมากกว่าสอนหรือแนะนำ ซึ่งจะทำให้ลูกๆ กลายเป็นคนที่ไม่กล้าคิดกล้าทำ หรืออาจเป็นคนที่ต่อต้านสังคมไปเลย

แม้กระทั่งลูกๆ เองก็เข้าใจดีว่าพ่อแม่นั้นต้องการช่วยเหลือให้พวกเขานั้นสะดวกสบายและปลอดภัยมากที่สุด แต่การช่วยเหลือลูกมากเกินไปอาจส่งผลเสียมากว่าผลดี จึงควรให้พวกเขาฝึกฝนที่จะทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเองด้วยเช่นกัน

สิ่งที่พ่อแม่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่งก็คือการเลือกรสนิยมให้กับลูกๆ พ่อแม่อาจคิดว่าตนเองนั้นรู้ดีที่สุดว่าอะไรดีหรือไม่ดีสำหรับพวกเขา แต่ความชอบนั้นเป็นเรื่องส่วนบุคคล และเด็กๆ ก็ควรที่จะมีโอกาสเลือกด้วยตัวเอง

แน่นอนว่าพ่อแม่ทุกคนย่อมเป็นห่วงเรื่องการใช้เงินและการเก็บออมของลูกๆ แต่สิ่งที่ไม่ควรทำก็คือไปควบคุมหรือวุ่นวายกับเงินเก็บของเด็กๆ แต่ควรให้คำแนะนำหรือสอนวิธีการเก็บเงินให้กับพวกเขาอย่างถูกต้องต่างหาก

นอกจากรสนิยมแล้ว งานอดิเรกหรือความสามารถพิเศษก็เป็นสิ่งที่พ่อแม่ไม่ควรบังคับลูกๆ เช่นกัน เพราะนอกจากจะทำให้พวกเขาไม่มีความสุขแล้วยังทำให้ความสามารถที่แท้จริงของเด็กๆ ต้องถูกละทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย

พ่อแม่หลายคนมักนำเอาความสำเร็จของลูกมาเป็นของตัวเอง อย่างเช่นเมื่อลูกเดินได้ก็บอกว่า “เรา” ทำสำเร็จแล้ว ซึ่งจริงๆ แล้วพ่อแม่ควรที่จะคอยสอนและแสดงความยินดีกับความสำเร็จของพวกเขา แต่ไม่ควรเอามาเป็นความสำเร็จของตัวเองเพราะจะกลายเป็นการควบคุมหรือกดดันเด็กๆ และอาจส่งผลกระทบต่อทางเลือกของพวกเขาในอนาคต

ไม่ว่าของที่เด็กๆ อยากได้จะเป็นของที่ไร้สาระหรือราคาถูกแค่ไหน มันก็คือของที่พวกเขาต้องการ พ่อแม่จึงไม่ควรเลือกของขวัญแทนลูกๆ เพราะจะเป็นการปิดกั้นความคิด จินตนาการ หรือความชอบของพวกเขาเอง

เราทุกคนล้วนต้องการชีวิตส่วนตัว ที่ไม่ต้องการให้ใครเข้ามาวุ่นวายหรือควบคุมมัน เด็กๆ เองก็เช่นกัน และยิ่งพ่อแม่พยายามเข้าไปยุ่งกับเรื่องส่วนตัวมากเท่าไหร่ เด็กๆ ก็ยิ่งอยากปิดกั้นและตีตัวออกห่างมากขึ้นตามไปด้วย

ที่มา: brightside