10 เรื่องจริงเบื้องหลังการถ่ายทำ Master and Commander: The Far Side of the World

0
716

Master and Commander: The Far Side of the World ผู้บัญชาการล่าสุดขอบโลก เป็นภาพยนตร์สงครามแนวย้อนยุคที่ฉายในปี ค.ศ. 2003 เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสงครามนโปเลียน (Napoleonic Wars)

10 เรื่องราวน่าสนใจเบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์ Master and Commander: The Far Side of the World (2003) ที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายชุด Aubrey–Maturin series โดย Patrick O’Brian

ตอนที่ Tom Rothman ผู้อำนวยการสร้าง มอบหมายให้ Peter Weir เป็นผู้กำกับ เขาได้ทำการมอบดาบเป็นของขวัญให้กับ Weir โดยเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงกัปตัน Jack Aubrey ตัวเอกในซีรีส์นวนิยาย Aubrey–Maturin

หลังได้รับหน้าที่ Peter Weir ก็ไปร่วมงานอีเวนต์ที่เกี่ยวกับเรือ และได้พบเรือรบฟริเกตที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ซึ่งมีอยู่เพียงลำเดียวในโลก เขาจึงได้ขอให้ทางสตูดิโอซื้อเรือลำนี้และสร้างภาพยนตร์จากหนังสือนิยายเล่มที่ 10

เชือกที่ถูกนำมาใช้บนเรือมีความยาวรวมกันมากกว่า 27 ไมล์หรือกว่า 43 กิโลเมตรเลยทีเดียว

พวกเขาใช้เรือสองลำในการถ่ายทำ ลำหนึ่งเป็นเรือที่สามารถแล่นออกไปในมหาสมุทรได้จริง เพื่อใช้ถ่ายทำฉากกลางน้ำ อีกลำหนึ่งเป็นเรือจำลองที่ใช้ถ่ายทำรายละเอียดต่างๆ ในภาพยนตร์

นักแสดงมีเวลา 2 สัปดาห์ในการเข้าค่ายเพื่อเรียนรู้ทักษะการทำงานบนเรือ ตั้งแต่การล่องเรือ การทำหน้าที่ต่างๆ ไปจนถึงการใช้ปืนใหญ่ในการต่อสู้ พวกเขาถูกสั่งให้สวมเสื้อยืดและปักชื่อตัวเองลงบนเสื้อด้วย

ฉากส่วนใหญ่ในภาพยนตร์ถ่ายทำในสถานที่จริง แต่ก็มีบางฉากบนเกาะกาลาปาโกสที่ถ่ายทำที่รัฐบาฮากาลิฟอร์เนีย ประเทศเม็กซิโก

การต่อสู้ระหว่างเรือสองลำใช้เวลา 4 สัปดาห์ในการถ่ายทำ ก่อนหน้านั้นพวกเขาฝึกซ้อมโดยใช้เรือแค่ลำเดียว และเป็นงานยากที่จะให้ตัวประกอบแสดงได้อย่างสมจริงในเวลาสั้นๆ โดยไม่ให้ใครได้รับบาดเจ็บ

Russell Crowe และ Paul Bettany ได้เรียนไวโอลินและเชลโลเพื่อถ่ายทำฉากเล่นดนตรี และพวกเขาก็ทำให้อาจารย์ประทับใจที่สามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว

Peter Weir ใช้เทคนิคการถ่ายทำที่เขาเคยใช้มาก่อน คือการใช้กล้องหลายตัวถ่ายทำพร้อมกัน ซึ่งผู้กำกับหลายคนใช้เทคนิคนี้เพื่อประหยัดเวลา และ Weir ก็ได้เรียนรู้จากประสบการณ์และข้อผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้น

การถ่ายทำเกิดขึ้นตลอดเวลาไม่ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น เพราะพวกเขามีฉากพร้อมทุกฉาก ถ้ามีความผิดพลาดเกิดขึ้นในฉากหนึ่ง ก็แค่เปลี่ยนไปถ่ายอีกฉากในระหว่างรอให้ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ

ที่มา: bulletproofaction