นักวิจัยเผย ความรักที่มนุษย์มีให้ต่อสุนัข ไม่ต่างจากรักลูกของตนเอง

0
238

ความรักคือสิ่งที่งดงามและไม่มีข้อจำกัด ซึ่งรวมไปถึงข้อจำกัดในเรื่องของเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์ด้วย อย่างเช่นความรักที่เรามีต่อสุนัขของเราเอง ที่สำหรับบางคนแล้วพวกมันไม่ได้เป็นแค่สัตว์เลี้ยงหรือเพื่อนคลายเหงาเท่านั้น

หลายคนรู้สึกรักสุนัขที่ตนเองเลี้ยงไว้ไม่ต่างอะไรจากสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว เชื่อว่าคนส่วนใหญ่คงเคยเรียกหรือเคยพบเห็นคนที่เรียกสุนัขของตนเองว่าลูก และยังปฏิบัติกับพวกมันเหมือนลูกแท้ๆ ที่เป็นมนุษย์เลยทีเดียว

ความรักที่มนุษย์มีให้กับสุนัขทั้งหลายไม่ใช่สิ่งที่เราคิดไปเอง แต่มีข้อพิสูจน์มากมายที่ช่วยยืนยันให้เห็นว่า เรารักสุนัขของเราไม่ต่างอะไรกับลูกคนหนึ่ง ซึ่งมีหลักฐานที่แสดงให้เห็นในระดับของระบบประสาทและสมองเลยทีเดียว

นักวิจัยจาก Massachutes General Hospital ได้ทำการทดลองเกี่ยวกับสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างมนุษย์และสุนัขซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงของพวกเขา พบว่ามนุษย์ที่รักสุนัขมากๆ นั้นมีความรู้สึกแบบเดียวกับที่รักลูกของตัวเอง

นักวิจัยได้ทำการทดลองกับกลุ่มตัวอย่างที่มีลูกวัยกำลังน่ารักน่าชังอายุระหว่าง 2 ถึง 10 ขวบและเลี้ยงสุนัขมาเป็นเวลานานอย่างน้อย 1 ปี ด้วยการให้พวกเขาดูภาพถ่ายของลูก สุนัขของตนเอง และเด็กคนอื่นกับสุนัขที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน เพื่อดูความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับสมองที่ส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของพวกเขาโดยตรง

จากการทดลองพบว่าเมื่อกลุ่มตัวอย่างได้เห็นภาพของลูกๆ และสุนัขที่ตนเองเลี้ยงไว้ ก็เกิดความรู้สึกรักใคร่ เอ็นดู และต้องการที่จะดูแลเอาใจใส่ แตกต่างจากภาพของเด็กคนอื่นและสุนัขที่พวกเขาไม่ได้เลี้ยงอย่างสิ้นเชิง

ความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างช่วงเวลาที่ดูภาพลูกของตนเองและสุนัขที่ตนเองเลี้ยงไว้นั้นไม่มีความแตกต่างกันเลย แสดงให้เห็นว่าคนที่รักและผูกพันกับสุนัขที่ตนเองเลี้ยงไว้มากๆ จะมองพวกมันเป็นเหมือนลูกคนหนึ่งของพวกเขา

สุนัขนั้นมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับมนุษย์มาก ทำให้มนุษย์มองว่าพวกมันนั้นมีอะไรหลายอย่างที่ใกล้เคียงกับเด็กๆ แต่เป็นเด็กที่ไม่มีวันโต ขี้เล่นและขี้อ้อนตลอดเวลา และรักเราอย่างไม่มีข้อแม้เช่นเดียวกับครอบครัวของเราเอง

สุนัขยังเหมือนเด็กตรงที่เราจะต้องทำหน้าที่ดูแลพวกมันในทุกๆ ด้านเพื่อให้ได้รับความรักความอบอุ่นอย่างเต็มที่ จึงเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นสัญชาตญาณของความเป็นแม่ ทำให้เรารู้สึกว่าพวกมันเป็นลูกคนหนึ่งที่เราต้องดูแลนั่นเอง

ที่มา: brightside