ความจริงเกี่ยวกับ The Lion King ที่แฟนหลายท่านอาจไม่เคยรู้มาก่อน

0
1553

เราทุกคนต่างก็มีการ์ตูนในดวงใจด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการ์ตูนในดวงใจของเด็กๆ และผู้ใหญ่หลายคนทั่วโลกก็คือแอนิเมชั่นที่มีมาตั้งแต่ 25 ปีก่อนอย่าง ไลอ้อนคิง ที่ปัจจุบันก็ยังคงได้รับความนิยมอยู่เหมือนเดิม

เดอะไลอ้อนคิง (The Lion King) เป็นแอนิเมชั่นในดวงใจของผู้คนทั่วทั้งโลก โดยเฉพาะเวอร์ชั่นดั้งเดิมที่ฉายตั้งแต่ 25 ปีก่อน และนี่คือ 14 ความจริงเกี่ยวกับไลอ้อนคิง ที่แม้กระทั่งแฟนตัวจริงก็อาจจะไม่เคยรู้มาก่อน

รอยแผลเป็นบนใบหน้าของ Scar ตัวร้ายในเรื่องไลอ้อนคิงนั้น เหมือนกับรอยแผลเป็นบนใบหน้าของ Tony Montana ตัวละครซึ่งรับบทโดย อัล ปาชิโน ในภาพยนตร์เรื่อง Scarface

ก่อนจะมาเป็น The Lion King ทีมงานได้คิดชื่อเรื่องไว้หลายชื่อด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น King of the Kalahari, King of the Beasts, และ King of the Jungle ซึ่งเกือบถูกเลือกมาเป็นชื่อเรื่องจริงๆ ก่อนที่พวกเขาจะคิดได้ว่าเหล่าสิงโตนั้นไม่ได้อาศัยอยู่ในป่า (Jungle)

แอนิเมชั่น The Lion King เกือบออกมาแตกต่างจากที่เราได้ชมกันอย่างสิ้นเชิง โดย George Scribner เกือบได้มาเป็นผู้กำกับแอนิเมชั่นเรื่องนี้ และเขาก็อยากให้ออกมาเป็นแนวสารคดีแบบ National Geographic

นอกจากนี้เนื้อเรื่องก็เกือบแตกต่างไปจากที่เราคุ้นเคยด้วยเช่นกัน โดยตอนแรกนั้นได้ถูกวางพล็อตเอาไว้ว่า จะเป็นเรื่องราวของสงครามระหว่างสิงโตและลิงบาบูน และ ซิมบ้า ก็เกือบกลายเป็นตัวละครที่เกียจคร้านและนิสัยไม่ดี

ผู้สร้างแอนิเมชั่นเรื่องนี้เผยว่า พวกเขาได้แรงบันดาลใจในหลายๆ เรื่องราวหลายๆ ฉากมาจาก Hamlet บทละครแนวโศกนาฏกรรมของ วิลเลียม เชกสเปียร์ และเรื่องของ โยเซฟและโมเสส ในพระคัมภีร์ไบเบิล นอกจากนี้ฉากที่สการ์เล่นกับหัวกระโหลก ยังคล้ายกับเรื่องราวของ Prince of Denmark ด้วย

หลายคนไม่เชื่อว่า The Lion King จะประสบความสำเร็จ แม้กระทั่งทีมงานเองก็ตาม คนเขียนบทอย่าง Brenda Chapman คิดว่า “เรื่องราวยังไม่ดีพอ” และ Barney Mattison บอกว่า “ฉันไม่รู้ว่าใครจะมาดูเรื่องนี้”

ทีมงานคิดว่า Pocahontas น่าจะประสบความสำเร็จได้มากกว่า และ The Lion King ก็เป็นเพียงเรื่องรองเท่านั้น แต่ The Lion King กลับกลายเป็นแอนิเมชั่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล และทำเงินไปได้ 968 ล้านดอลลาร์ ขณะที่โพคาฮอนทัสทำเงินไปได้น้อยกว่าคือ 346 ล้านดอลลาร์เท่านั้น

ตัวละครหลายตัวถูกตัดออกไปในช่วงสุดท้ายของการทำงาน อย่างเช่น Mheetu พี่ชายของ Nala ที่ซิมบ้าจะต้องเป็นผู้ช่วยชีวิต Bhati สุนัขจิ้งจอกแสนฉลาด Iggy ที่เป็นกิ้งก่า และเมียร์แคตชื่อว่า Tesma ด้วย

ชื่อตัวละครนั้นมีความหมายในภาษาแอฟริกัน ซิมบ้าแปลว่าสิงโต ราฟิกิแปลว่าเพื่อน พุมบ้าแปลว่าทึ่ม บันไซแปลว่าหลบซ่อน เซนซีแปลว่าไร้อารยธรรม และมูฟาซาเป็นชื่อกษัตริย์องค์สุดท้ายในเคนยาก่อนการยึดครองของอังกฤษ

The Lion King ยังได้แรงบันดาลใจมากมายมาจากประเทศเคนยา ทีมงานได้เดินทางไปยังอุทยาทแห่งชาติเคนยาเพื่อถ่ายภาพและสเก็ตภาพกลับมามากมาย และได้ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญในการสร้างตัวละครออกมาให้เหมือนกับสัตว์ในธรรมมากที่สุดด้วย ส่วนคำว่า Hakuna-matata ซึ่งแปลว่า ไม่ต้องกังวล นั้นมาจากประเทศแอฟริกา

นอกจากนี้ผู้ชมหลายคนยังคิดว่า ภาพของผาทรนงนั้นเมื่อมองจากระยะไกล จะเห็นว่ามันดูคล้ายกับปากของสัตว์ป่าที่กำลังเปิดกว้าง อาจจะเป็นปากของจระเข้ สิงโต หรือหมีก็เป็นได้

23 ปีหลังจากภาพยนตร์แอนิเมชั่น The Lion King ออกฉาย ผู้กำกับได้เผยว่ามูฟาซาและสการ์นั้นไม่ใช่พี่น้องกัน โดยสิงโตทั้งสองตัวไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันทางสายเลือด แต่อาศัยอยู่ในฝูงเดียวกันและเรียกกันว่าพี่น้องเท่านั้น

เซอร์ เอลตัน จอห์น และ ทิม ไรซ์ คือผู้ที่แต่งเพลงทั้งหมดให้กับ The Lion King โดยพวกเขาได้เขียนเพลงไว้มากมายหลายเพลงด้วยกัน แต่ถูกนำมาใช้แค่ 5 เพลง และเพลงที่เราคุ้นเคยกันดีอย่าง Can You Feel the Love Tonight นั้น ทิม ไรซ์ ได้เขียนเพลงนี้เอาไว้มากถึง 15 เวอร์ชั่น แต่เวอร์ชั่นที่ถูกเลือกก็คือเวอร์ชั่นต้นฉบับ

ตอนแรก พุมบ้าและทีโมนจะได้ร้องเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการกินแมลง แต่ทีมงานได้เปลี่ยนใจ และนึกถึงประโยค Hakuna-matata ขึ้นมาได้ จึงกลายเป็นเพลง Hakuna-matata ในท้ายที่สุด

ที่มา: brightside