เผยเรื่องย้อนแย้งรอบตัว ที่เกิดขึ้นจริงบนโลกใบนี้

0
367

โลกของเรานั้นเต็มไปด้วยเรื่องน่าประหลาด ยกตัวอย่างเช่นเมื่อมีกฎเกณฑ์ต่างๆ ก็จะมีสิ่งที่เป็นข้อยกเว้นของกฎเกณฑ์เหล่านั้นเสมอ หรือบางครั้งสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นแบบหนึ่ง ความจริงมันก็อาจจะเป็นอีกแบบหนึ่งเลยก็ได้

เรื่องราวความจริงที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ที่ถึงแม้ว่าจะฟังดูแปลกประหลาดขัดกับหลักความจริงหรือเหตุผลต่างๆ ที่เราคุ้นเคยกัน แต่จงจำไว้ว่าในโลกแห่งความเป็นจริงนั้นไม่มีกฎเกณฑ์หรือข้อกำหนดใดที่ถูกต้องแน่นอนเสมอไป

ชื่อที่แสนแปลกประหลาดของสองสถานที่ นั่นก็คือ Iceland ที่แปลว่าดินแดนน้ำแข็ง และ Greenland ที่แปลว่าดินแดนสีเขียว แต่สภาพอากาศและภูมิประเทศกลับแตกต่างจากชื่อของมันอย่างสิ้นเชิง

ภาษาอังกฤษนั้นเป็นภาษาที่ผู้คนในหลากหลายประเทศได้เรียนรู้และสามารถเข้าใจได้ แต่มันก็เป็นภาษาที่มีความแปลกประหลาดเช่นกัน อย่างเช่นคำว่าสับปะรดหรือ Pineapple ที่แตกต่างไปจากประเทศใกล้เคียงสุดๆ

เป็ดที่เราคุ้นเคยกันมักจะเป็นเป็ดที่มีสีเหลืองสดใส แต่บนโลกนี้ไม่ได้มีแต่ลูกเป็ดที่เกิดมาพร้อมขนสีเหลืองเท่านั้น เพราะเมื่อพวกมันโตขึ้นก็อาจจะมีสีขาวหรือน้ำตาล หรือนกเป็ดน้ำที่ีมีหัวสีเขียว

ทำไมเกรดของนักเรียนนักศึกษาจึงเป็น A B C D และข้ามไป F ตัว E นั้นหายไปไหน? ในอดีตนั้นมีการใช้ตัว E ให้เกรดอยู่บ้าง แต่ในปัจจุบันไม่นิยมใช้ และมักข้ามไปใช้ตัว F เพราะตรงกับคำว่า Fail หรือสอบตก

เพราะเหตุใดโต๊ะนักเรียนจึงมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ เมื่อเราโตขึ้น ยิ่งในระดับมหาลัยที่โต๊ะเลคเชอร์นั้นทำให้นักศึกษารู้สึกอึดอัดและนั่งไม่สบาย ทั้งๆ ที่พวกเขาเรียนหนักขึ้นทุกปี

ไก่ไม่มีกระดูกที่ในภาษาอังกฤษนั้นเรียกกันว่า Chicken fingers ทั้งๆ ที่ไก่ไม่มีนิ้ว เป็นคำเรียกที่แตกต่างจากคำอื่นๆ ที่เรียกตามอวัยวะของไก่โดยตรง

ในการ์ตูนเรามักจะเห็นว่าหนูชอบกินชีสมาก เรียกได้ว่าชีสนั้นเป็นของโปรดของพวกมัน แต่หนูในชีวิตจริงไม่ได้ชอบกินชีสมากเท่าไหร่ และพวกมันมักจะเข้ามาขโมยกินอย่างอื่นมากกว่า

ในขณะที่การนับเลขในภาษาอื่นอย่างเช่นภาษาอังกฤษนั้นเริ่มจากแรกที่มากกว่า ยกตัวอย่างเช่น 20+4 ที่เรียกว่ายี่สิบสี่หรือ Twenty Four แต่ในภาษาเยอรมันกลับเริ่มที่เลข 4 แทน

ธงชาติของแต่ละประเทศนั้นถูกออกแบบมาให้แตกต่างกัน เพื่อให้มีเอกลักษณ์และสามารถแยกออกจากกันเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ได้ แต่ธงของประเทศโรมาเนียและประเทศชาดนั้นกลับดูเหมือนกันจนแยกไม่ออก

ที่มา: brightside