สะท้อนความฮาของชีวิตคู่ ที่ไม่ได้มีแต่ความหวานเหมือนในภาพยนตร์

0
1106

ถึงแม้ว่าช่วงเวลา ‘หลังจาก’ ที่คนสองคนตกหลุมรักกันจะไม่ค่อยถูกพูดถึงในนิยายหรือภาพยนตร์โรแมนติก แต่หลังจากช่วงแรกที่คนสองคนคบกันแล้วก็ไม่ได้มีแต่ความน่าเบื่อ จืดชืด หรือปัญหาน่าปวดหัวอย่างที่บางคนว่าเอาไว้

ภาพความน่ารักโรแมนติก ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าถึงแม้ว่าความรักจะไม่ได้เป็นเหมือนในภาพยนตร์หรือในนิยาย แต่ชีวิตจริงก็ไม่ได้มีแต่เรื่องน่าเบื่อ เพราะยังมีเรื่องเฮฮาสนุกสนานและความหวานแบบแปลกๆ ให้ได้พบเจอกันอยู่ทุกวัน

การใช้ชีวิตคู่ไม่ได้สิ้นสุดลงตรงที่คนสองคนตกหลุมรักและคบกันหรือแต่งงานกันเท่านั้น แต่ยังมีช่วงเวลาหลังจากนั้นที่เรียกได้ว่าสำคัญยิ่งกว่า เพราะทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา อย่างเช่นน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น

ความโรแมนติกในชีวิตจริงอาจไม่ได้สวยหรูอลังการเหมือนในนิยาย แต่ก็น่ารักและหวานแหววไม่แพ้กัน เพราะเป็นความเรียบง่ายที่แฝงไปด้วยความอบอุ่นหัวใจอย่างเช่นการเตรียมมื้อเช้าน่ารักๆ ให้อีกฝ่ายรับประทาน

การใช้ชีวิตคู่คือการยอมให้ใครสักคนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเรา ที่จะต้องอยู่ด้วยกันเกือบตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นเวลากิน เวลานอน หรือแม้กระทั่งเวลาเข้าห้องน้ำ และบางครั้งก็รวมไปถึงลูกๆ เจ้าตูบ หรือแมวเหมียวด้วย

ทุกคนรู้ดีว่าชีวิตหลังจากคบหาดูใจกันหรือหลังจากแต่งงานแล้วนั้นไม่ได้สวยหรูเหมือนในนิยายหรือในภาพยนตร์ แต่หลายคนก็ได้เรียนรู้ว่าสิ่งที่มีมากกว่าก็คือความเฮฮา สนุกสนาน และตลกขบขัน

การแสดงความรักไม่ได้มีแค่การทำตัวหวานโรแมนติกเพียงอย่างเดียว เพราะการหยอกล้อแกล้งกันเล็กๆ น้อยๆ ก็เพิ่มสีสันให้กับชีวิตคู่ได้ อย่างเช่นสามีที่รู้ว่าภรรยาไม่มีทางเอื้อมถึงของที่เขาเอาติดไว้บนเสา

ความรักคือการแบ่งปัน แต่ต้องอยู่ในพื้นฐานของการแบ่งปันอย่างเท่าเทียม ไม่ให้ใครคนใดคนหนึ่งเอาเปรียบอีกคนได้ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นของอร่อยในตู้เย็นที่ต้องแบ่งสรรปันส่วนกันเสมอ

หญิงสาวที่ตั้งใจออกไปตีเทนนิสกับเพื่อนๆ แต่เมื่อเดินทางไปถึงสนามเทนนิสก็พบว่าแฟนของเธอได้แกล้งเอากระทะมาใส่แทนไม้เทนนิส และจะต้องมีการเช็คบิลกันหลังจากกลับไปถึงบ้านอย่างแน่นอน

ความรักคือการดูแลเอาใจใส่และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ถึงแม้ว่าบางครั้งเราจะไม่ได้เต็มไปใจทำก็ตาม อย่างเช่นสามีที่สลักข้อความลงบนฟักทองฮาโลวีนว่า “ภรรยาบอกว่าผมต้องทำ”

บางครั้งชายหนุ่มในชีวิตจริงก็ซื่อและบื้อยิ่งกว่าพระเอกที่เราเห็นในภาพยนตร์ อย่างเช่นภรรยาที่ต้องเขียนบอกเอาไว้ว่าเขาต้องขอบคุณเธอที่วันนี้ลูกๆ ยังมีชีวิตรอดมาได้ และต้องชมว่าเธอสวยน่ารักมากด้วย

เมื่อภรรยาบอกว่าส้อมอันนี้มีไว้สำหรับปู สามีก็เลยเอาส้อมให้ปูใช้ซะเลย

การใช้ชีวิตคู่นั้นสอนให้เรารู้จักการให้อภัย แม้กระทัั่งในวันที่ถูกกลั่นแกล้งรังแกแรงไปบ้างสักเล็กน้อย อย่างเช่นเมื่อภรรยาแกล้งเอาหนูปลอมมาวางไว้บนลูกบิดประตูเพื่อให้สามีมาเจอเมื่อเขากลับถึงบ้าน

จดหมายรักในชีวิตจริงอาจไม่ได้หวานแหววโรแมนติกเหมือนในภาพยนตร์เสมอไป เพราะในยุคปัจจุบันนั้นแทบไม่มีใครมานั่งเขียนจดหมายหากันอีกแล้ว แต่ก็สามารถบอกความในใจได้ผ่านเส้นพาสต้ารูปตัวอักษร

การใช้ชีวิตคู่สอนให้รู้จักการแบ่งปัน เพราะไม่มีอะไรที่เป็นของเราแต่เพียงผู้เดียวอีกต่อไป ทุกสิ่งล้วนกลายเป็นของส่วนร่วมของสามีและภรรยา ไม่เว้นแม้แต่โดนัทแสนอร่อย

การใช้ชีวิตร่วมกับใครสักคนตลอดเวลานั้นทำให้เราพบเจอกับเรื่องเซอร์ไพรส์ได้อยู่เสมอ อย่างเช่นสามีที่รู้ว่านมในกล่องนั้นบูดแต่ก็ไม่เอาไปทิ้ง แต่เขียนจดหมายและวาดภาพใบหน้าที่อารมณ์บูดติดเอาไว้แทน

ที่มา: brightside