รวมเรื่องน่ารู้จาก “ฟอร์เรสท์ กัมพ์” ที่จะทำให้คุณอยากกลับไปชมอีกรอบ

0
2673

ฟอร์เรสท์ กัมพ์ เป็นภาพยนตร์แนวชีวิต-เบาสมอง ที่ออกฉายในปี 1994 แสดงนำโดย ทอม แฮงส์ ที่ประสบความสำเร็จมาก และนี่คือความจริงเกี่ยวกับ ฟอร์เรสท์ กัมพ์ ที่จะทำให้คุณอยากชมภาพยนตร์เรื่องนี้อีกสักครั้ง

ทอม แฮงส์ นักแสดงชื่อดัง ได้ตกลงรับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง ฟอร์เรสท์ กัมพ์ อัจฉริยะปัญญานิ่ม หลังจากใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงครึ่งในการอ่านบท และนอกจากจะตกลงรับหน้าที่นักแสดงนำอย่างรวดเร็วแล้ว เขายังปฏิเสธไม่รับค่าตัว แต่ขอส่วนแบ่งเป็นเปอร์เซ็นต์รายได้ ซึ่งถ้าภาพยนตร์ไม่ประสบความสำเร็จเขาก็จะเสียประโยชน์มาก

ฉากที่ฟอร์เรสท์ขึ้นไปพูดเกี่ยวกับการต่อต้านสงคราม ซึ่งผู้ชมได้ยินเพียงประโยคที่ว่า “ผมอยากพูดแค่นี้แหละ” เนื่องจากมีคนดึงปลั๊กไมค์ออกไป จริงๆ แล้วสิ่งที่เขาพูดคือ “เวลาผู้คนไปรบที่เวียดนาม บางครั้งพวกเขาก็กลับบ้านมาหาแม่แบบไม่มีขา บางคนก็ไม่ได้กลับบ้านเลยด้วยซ้ำ มันเป็นสิ่งที่แย่มาก นั่นคือทั้งหมดที่ผมอยากพูด”

ภาพยนตร์เรื่องนี้ดัดแปลงมาจากหนังสือในชื่อเดียวกัน ซึ่งเขียนโดย Winston Groom แต่ตัวละครหลักนั้นเป็นคนไร้หัวใจที่ชอบเยาะเย้ยผู้อื่น แต่ในภาพยนตร์นั้นได้ถูกปรับเปลี่ยนคาแรกเตอร์ไปจากเดิม และประโยคที่ว่า “ชีวิตก็เหมือนกล่องช็อกโกแลต” แต่ในหนังสือพูดว่า “การเป็นคนโง่ก็เหมือนการที่ไม่มีกล่องช็อกโกแลตเลย”

หนังสือเรื่อง Forrest Gump นั้นมีภาคต่อด้วย โดยในภาคสอง ฟอร์เรสท์ ได้พบกับนักแสดงหนุ่ม ทอม แฮงค์ แต่ แฮงค์ ได้ปฏิเสธที่จะรับบทในภาคต่อ เขาบอกว่าการสร้างภาคต่อคือสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่จะทำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ได้

ในการถ่ายทำฉากวิ่งข้ามประเทศ ได้มีการใช้นักแสดงคนอื่นมาแทน ทอม แฮงค์ ในบางช่วง นั่นก็คือ จิม แฮงส์ น้องชายของ ทอม แฮงค์ เอง

ลูกปิงปองที่ใช้ในการถ่ายทำนั้นไม่ใช่ลูกปิงปองจริงๆ แต่ใช้เทคนิคพิเศษเพื่อให้ฟอร์เรสท์ตีโดนทุกลูกนั่นเอง นอกจากนี้ฟอร์เรสท์ยังถูกสอนให้จ้องลูกปิงปองตลอดเวลา ทำให้ระหว่างที่เล่นปิงปองนั้นเขาไม่เคยกระพริบตาเลย

แต่อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าภาพถ่ายทุกภาพของฟอร์เรสท์ในภาพยนตร์ จะเป็นภาพตอนที่เขากำลังหลับตาทั้งหมด

และอย่างที่กล่าวไปข้างต้น ทอม แฮงค์ ได้ปฏิเสธไม่รับค่าตัวในการแสดง แต่ขอรับเป็นส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์จากรายได้ของภาพยนตร์ ซึ่งความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ทำเงินให้แฮงค์ไปได้มากถึง 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ประโยค “ผมชื่อ ฟอร์เรสต์ กัมพ์ คนเรียกผมว่า ฟอร์เรสต์ กัมพ์” เป็นประโยคที่ ทอม แฮงค์ คิดขึ้นมาเอง ไม่ได้มีอยู่ในบทตั้งแต่แรก แต่ผู้กำกับนั้นชอบมาจนต้องเอามาใส่ลงไปในภาพยนตร์ นอกจากนี้ผู้ที่รับบทแม่ของฟอร์เรสท์คือนักแสดงหญิงชื่อว่า แซลลี ฟิลด์ ที่อายุมากกว่า ทอม แฮงค์ เพียง 10 ปีเท่านั้น และเธอยังเคยรับบทเป็นคนที่เขาตกหลุมรักในภาพยนตร์เรื่อง Punchline อีกด้วย และทุกครั้งที่เวลาในภาพยนตร์เปลี่ยนไป และ ฟอร์เรสท์ กัมพ์ โตขึ้น เขาจะสวมเสื้อลายตารางสีน้ำเงินเสมอ

ฉากที่ โรบิน ไรท์ แก้ผ้าทำการแสดงอยู่บนเวทีในบาร์นั้นใช้เวลาถ่ายทำนานถึง 24 ชั่วโมง เนื่องจากขณะนั้นเธอป่วยเป็นไข้หวัด แต่ก็ยังพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อให้การแสดงออกมาดีที่สุด

เพื่อให้ขาของผู้หมวดแดนดูสมจริง เขาได้พันผ้าสีน้ำเงินเอาไว้ตั้งแต่เข่าลงไปถึงหน้าแข้งและเท้าเพื่อใช้เทคนิคตัดต่อในภายหลัง อย่างไรก็ตามผู้ชมบางคนสังเกตเห็นว่าบางฉากนั้นเขาดูเหมือนจะทิ้งตัวลงไปบนขาล่องหนของตัวเอง

ในช่วงท้ายของเรื่อง ที่เจนนี่บอกกับฟอร์เรสท์ว่าเธอป่วยเป็นไวรัสที่แพทย์ไม่สามารถรักษาได้ ในขณะนั้นโรคเอดส์เพิ่งถูกกล่าวถึงในบทความทางวิทยาศาสตร์เป็นครั้งแรก ซึ่งเธอก็ป่วยด้วยโรคเอดส์ที่คนทั่วไปยังไม่รู้จักนั่นเอง

ที่มา: brightside