ปัจจัยที่อาจทำให้เกิดภาวะ เหนื่อยทางอารมณ์หรืออาการหมดไฟ

0
239

ไม่ได้มีแต่สุขภาพร่างกายของเราเท่านั้นที่สำคัญ แต่สุขภาพจิตใจก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากันเลยด้วย เพราะในแต่ละวันคนเราต้องพบเจอกับเรื่องที่ทำให้โกรธ โมโห เหนื่อยหน่าย หรือเศร้าซึมมากมายหลายประการด้วยกัน

ปัจจัยเสี่ยงที่บ่งบอกให้รู้ว่าเรากำลังเผชิญหน้ากับสภาวะเหนื่อยหน่ายทางอารมณ์หรือ Emotional Burnout หรือภาวะหมดไฟที่ทำให้เราเบื่อ เซ็ง หงุดหงิด และไม่อยากทำอะไรเลย ซึ่งอาจส่งผลกระทบได้ในหลายๆ ด้าน

ความรู้สึกเหนื่อยหน่ายจนรับไม่ไหวจะเกิดขึ้นเมื่อเราต้องแบกรับภาระทางอารมณ์จากหลากหลายสาเหตุปัจจัยที่ทำให้เรารู้สึกอ่อนล้าตลอดเวลา จนอาจจะทำให้ความรู้สึกที่ไม่ดีนั้นท่วมท้นล้นออกมากจากจิตใจของเราในที่สุด

จากการศึกษาวิจัยโดย Dr. Jordi Fernández-Castro จาก University of Barcelona ที่ได้ทำการสำรวจและศึกษาเกี่ยวกับภาวะนี้ที่มักเกิดขึ้นกับผู้ที่ประกอบอาชีพพยาบาล ที่ต้องรับมือและจัดการกับอารมณ์ต่างๆ ตลอดเวลา จนเมื่อถึงจุดหนึ่งพวกเธอก็ไม่อาจทนกับสภาวะกดดันได้อีกต่อไป จนส่งผลเสียต่อสภาพร่างกายและจิตใจในที่สุด

ซึ่งอาการเหล่านี้มักมีสาเหตุมาจากความเครียดและความกดดันในที่ทำงาน เพราะอาชีพพยาบาลนั้นนอกจากจะต้องรับมือกับผู้ป่วย ยังต้องรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมไปถึงติดต่อสื่อสารกับแพทย์และเพื่อนร่วมงานทุกคน นอกจากนี้ยังต้องรับมือกับปัญหาส่วนตัวในชีวิตประจำวันด้วย ซึ่งทั้งชีวิตส่วนตัวและการทำงานนั้นก็เกี่ยวโยงกันตลอดเวลา

และสิ่งที่บ่งบอกถึงความเสี่ยงที่จะเกิดสภาวะเหนื่อยหน่ายทางอารมณ์ก็มีอยู่ 5 ปัจจัยหลักๆ คือ ข้อ 1 คือเมื่อชีวิตต้องพบเจอกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ อย่างเช่นการหย่าร้างหรือสูญเสียคนที่รัก ข้อ 2 คือปัญหาเรื่องความไม่มั่นคงทางการเงิน ข้อ 3 คือการทำงานหรือใช้ชีวิตภายใต้ความกดดันตลอดเวลา ข้อ 4 คือคนที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรัง และข้อ 5 คือคนที่ทำงานที่มักจะต้องแบกรับความคาดหวังสูงกว่าคนทั่วไป

นอกจากนี้ยังสามารถสังเกตความเสี่ยงที่จะเกิดสภาวะเหนื่อยหน่ายทางอารมณ์ได้จากความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย อย่างเช่นอาการปวดหัว โรคซึมเศร้า หรืออาการนอนไม่หลับ ที่ส่งผลต่อทั้งร่างกายและจิตใจของเราด้วย

ที่มา: brightside