รวมรายละเอียดใน Frozen ที่มีความหมายลึกซึ้งและอาจไม่เคยสังเกตมาก่อน

0
6925

Frozen ผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ เป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่ครองใจผู้คนมาตั้งแต่ปี 2013 ทำให้เพลง Let It Go กลายเป็นกระแสโด่งดังทั่วโลก และเป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่ทำรายได้สูงสุดมาจนถึงปี 2018 เลยทีเดียว

นอกจาก Frozen จะมีความสวยงาม ชวนฝัน และเหนือจินตนาการ ยังมีรายละเอียดเล็กน้อยที่เต็มไปด้วยความใส่ใจซึ่งส่งผลให้แอนิเมชั่นเรื่องนี้ประสบความสำเร็จ ล่าสุดก็ได้มีการสร้างภาพยนตร์เรื่อง Frozen 2 ออกมาฉายทั่วโลกแล้วในปัจจุบัน ซึ่งเกิดจากความน่าประทับใจของสิ่งที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์ภาคแรกอันได้แก่ 8 สิ่งเหล่านี้นั่นเอง

ตัวเอกในภาพยนตร์และแอนิเมชั่นหลายเรื่องมักจะมีลักษณะเป็นฮีโร่ผู้ไม่เคยพ่ายแพ้หรือล้มเหลว แต่ตัวละครใน Frozen โดยเฉพาะตัวเอกอย่างอันนาและเอลซ่านั้นเป็นตัวละครที่มีความเป็นมนุษย์มาก พวกเธอมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ด้านมืดและด้านสว่าง ซึ่งทำให้ผู้ชมอย่างเรารู้สึกอินและเอาใจช่วยไปกับพัฒนาการของตัวละครนั่นเอง

แอนิเมชั่นทั่วไปมักจะไม่มีความซับซ้อนเพราะเป็นภาพยนตร์สำหรับเด็ก แต่ใน Frozen เราได้พบกับกลลวงมากมาย อย่างเช่น ฮานส์ ที่ไม่ได้ดีอย่างที่เราคิด เริ่มจากความสามารถในการปรับเปลี่ยนบุคลิกให้เป็นไปอย่างที่คนชื่นชอบ ไปจนถึงฉากที่ดูเหมือนฮานส์กำลังพยายามช่วยชีวิตเอลซ่า แต่จริงๆ แล้วเขาสังเกตเห็นแชนเดอเลียที่ห้อยอยู่เหนือศีรษะเธอ และตั้งใจเบนอาวุธไปทั้งนั้นเพื่อให้ดูเหมือนพยายามช่วยชีวิต แต่จริงๆ ตั้งใจที่จะสังหารเธอตั้งแต่แรก

เพลง Let It Go นั้นมีความหมายและความสำคัญมากกว่าที่เราคิดมาก ในตอนแรกทีมงานตั้งใจจะสร้างตัวละครเอลซ่าเป็นตัวร้าย แต่เมื่อได้ฟังเพลงนี้พวกเขาก็มองเธอในอีกแง่มุมหนึ่ง และเปลี่ยนเธอให้เป็นไปในแบบที่เราได้ชม นั่นก็คือการเปลี่ยนมาเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น แม้กระทั่งการแต่งกายและทรงผมที่เป็นดูเป็นตัวเองมากขึ้นด้วย

Frozen ยังได้ทลายกฎของ “เทพนิยาย” อีกหลายอย่างด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น เจ้าชายรูปงามที่กลายเป็นตัวร้าย การที่ตัวละครที่เข้มแข็งและแข็งแกร่งที่สุดนั้นเป็นผู้หญิง และเจ้าหญิงที่ต่างจากเจ้าหญิงดิสนีย์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

Frozen ยังมีการใช้สัญลักษณ์ที่น่าสนใจมาก เริ่มจากประตูซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการแยกตัวอยู่อย่างโดดเดี่ยว การยุติ และการตัดขาดจากใครบางคน โดยเริ่มจากประตูที่ปิดกั้นความสัมพันธ์ระหว่างสองพี่น้องอันนาและเอลซ่า ประตูที่เอลซ่าปิดต่อหน้าคริสตอฟฟ์ตอนจบเพลง Let It Go และประตูที่ฮานส์ปิดขังอันนา หรือการที่ฮานส์เป็นประตูบานแรกที่เปิดกว้างเพื่ออันนา ทำให้เธอตกหลุมรักเขาได้อย่างง่ายดาย ตรงกับเพลง Love Is an Open Door และสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กันคือถุงมือ ที่เป็นสัญลักษณ์ของการเก็บซ่อนอะไรบางอย่าง นั่นก็คือพลังพิเศษและตัวตนของเอลซ่า หรือฮานส์ที่สวมถุงมือตลอดยกเว้นตอนที่เขาเปิดเผยความชั่วร้ายออกมาเท่านั้น

โอลาฟไม่ได้เป็นเพียงตุ๊กตาหิมะที่ตลกและซื่อบื้อเท่านั้น แต่เป็นสัญลักษณ์ของสิ่งที่สำคัญและมีความหมายต่ออันนาและเอลซ่า ทั้งคู่เคยปั้นตุ๊กตาหิมะด้วยกันตอนเด็กๆ ตุ๊กตาหิมะจึงเป็นตัวแทนของความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องและความไร้เดียงสาของพวกเธอ นอกจากนี้การเพลง Do You Want to Build a Snowman? ยังแสดงให้เห็นว่าอันนาคิดถึงความสัมพันธ์ของพวกเธอเสมอ และการสร้างตุ๊กตาหิมะก็เป็นสิ่งแรกที่เอลซ่าทำเมื่อหลบหนีออกมา

ทีมผู้สร้าง Frozen ยังได้ใส่ใจในรายละเอียดของสีที่ใช้ด้วย อย่างเช่นสีของอันนาที่แสดงให้เห็นถึงความอบอุ่น สีของเอลซ่าที่แสดงให้เห็นถึงความเยือกเย็น สีของเครื่องแต่งกายของพวกเธอที่เป็นสีเดียวกับสีประจำอาณาจักรเอเรนเดลล์คือม่วงและเขียว และสีของปราสาทของเอลซ่าที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลาตามอารมณ์ของเธอ

นอกจากเรื่องราวของความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง Frozen ยังได้มอบบทเรียนและข้อคิดให้กับเราอีกหลายอย่าง ได้แก่ ความสัมพันธ์ของอันนาและคริสตอฟฟ์ที่สะท้อนให้เห็นว่าการค้นหารักแท้นั้นต้องใช้เวลาและความพยายาม การรักตัวเองและยอมรับตัวเองในแบบที่เป็น รวมทั้งอาการป่วยทางจิตใจที่ไม่ได้เป็นเรื่อง “แปลกประหลาด” โดยเอลซ่านั้นมีอาการของผู้ป่วยโรควิตกกังวลและแพนิค สังเกตได้จากมือที่สั่นเทาของเธอ

ที่มา: brightside