คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ การทำความสะอาดบ้าน “บ่อยและมากเกินไป” ก็ไม่ดี

0
708

คนส่วนใหญ่มีความเข้าใจที่ผิดเกี่ยวกับการทำความสะอาด ว่ายิ่งทำบ่อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดีต่อสุขอนามัยของคนในบ้านเท่านั้น จึงจำเป็นต้องทำทุกอย่างเป็นประจำอย่างน้อยทุกสัปดาห์ แต่นักวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วว่าไม่จริง

12 ความเข้าใจที่ผิดเกี่ยวกับการทำงานบ้านและการทำความสะอาด ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดบ้าน ข้าวของเครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงการทำงานบ้านต่างๆ อย่างเช่นการรีดผ้า ที่บางอย่างนั้นก็ไม่จำเป็นต้องทำเป็นประจำทุกวันหรือทุกสัปดาห์ เพราะในบางกรณีนั้นการทำบ่อยๆ ยังส่งผลเสียมากกว่าการทำแบบนานๆ ครั้งด้วยซ้ำไป

การรีดผ้าไม่ได้จำเป็นเสมอไป โดยเฉพาะการรีดผ้าที่ไม่ใช่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่อาจจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี อย่างเช่นการรีดปลอกหมอน ผู้ปูที่นอน หรือผ้าห่ม ที่อาจทำให้เนื้อผ้าเสียหายไปเลยก็ได้

รวมทั้งการรีดผ้าเช็ดตัวหรือผ้าขนหนู ที่หลายคนคิดว่าความร้อนอาจช่วยฆ่าเชื้อโรคหรือแบคทีเรียได้ แต่มันมีแต่จะทำให้ผ้าเสียเร็วขึ้น และทางเลือกที่ดีกว่าก็คือการซักผ้าในน้ำร้อน ไม่ใช่การเอามารีด

เด็กนั้นมีร่างกายที่บอบบางกว่าผู้ใหญ่ พ่อแม่หลายคนจึงมักจะรีดผ้าเด็กด้วยความร้อนสูงเพื่อฆ่าเชื้อโรค แต่เด็กไม่ได้ต้องการสภาวะที่ปลอดเชื้อขนาดนั้น โดยเฉพาะในเด็กที่เริ่มโตแล้วและกำลังปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม

การทำความสะอาดบ้านให้เงาวับอยู่ตลอดเวลาอาจฟังดูเหมือนเป็นสิ่งที่ถูกสุขอนามัยและทำให้เราไม่เจ็บป่วย แต่จริงๆ แล้วเชื้อจุลินทรีย์บางอย่างนั้นมีประโยชน์ต่อการสร้างภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะในเด็ก ดังนั้นการทำลายเชื้อทั้งหมดไปทั้งเชื้อที่ดีและไม่ดีก็อาจทำให้เด็กๆ ร่างกายอ่อนแอลงกว่าเดิม

น้ำยาทำความสะอาดก็ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นในการทำความสะอาดทุกสิ่งทุกอย่างในบ้าน แต่ควรใช้ให้ถูกประเภท มิเช่นนั้นอาจทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี อย่างเช่นสารพิษหรือสารเคมีที่อาจตกค้าง

คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดคิดว่าห้องน้ำคือสถานที่ที่สกปรกที่สุดในบ้านของเรา แต่จริงๆ แล้วมันคือห้องครัวต่างหาก โดยห้องน้ำนั้นล้างแค่สัปดาห์ละ 1 ครั้งก็พอ แต่ควรใช้เวลาทำความสะอาดเครื่องครัวควรให้มากกว่านั้น

นอกจากนี้การทำความสะอาดบ้านมากเกินไปยังอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายของเราโดยตรง อย่างเช่นโรคผิวหนังที่เกิดจากการถูกน้ำ สารเคมี หรือน้ำยาทำความสะอาดกัดผิวบ่อยเกินไปนั่นเอง

แน่นอนว่าหลังจากทำความสะอาดเสร็จแล้วเราจะรู้สึกดีที่บ้านสะอาด แต่เราอาจรู้สึกแย่กับอาการปวดหลังหรืออวัยวะต่างๆ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงท่าทางในการทำความสะอาดที่อาจส่งผลเสียต่ออวัยวะต่างๆ ของเรา โดยทำเฉพาะในยามจำเป็นเท่านั้น เพราะสิ่งที่ได้มานั้นไม่คุ้มกับสุขภาพที่เสียไปเลย

ไม่ควรถูบ้านหรือทำความสะอาดพื้นด้วยการคุกเข่าด้วยเช่นกัน เพราะนอกจากจะทำให้ผิวหนังด้านแล้วยังทำให้เกิดอาการปวดข้อหรือส่วนต่างๆ ของร่างกายด้วย ควรเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับร่างกายของเราเสมอ

คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับดวงตาและการมองเห็นก็ควรหลีกเลี่ยงการถูพื้นหรือทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ด้วยมือเช่นกัน เพราะการมองในระยะใกล้อาจทำให้เสียสายตามากกว่าเดิม

จำไว้เสมอว่างานบ้านไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง ถ้าไม่สามารถจ้างแม้บ้านมาทำความสะอาดได้ ทุกคนในบ้านก็ควรแบ่งงานกัน การให้ใครคนใดคนหนึ่งรับผิดชอบงานบ้านทั้งหมดนั้นมีแต่จะทำให้เกิดปัญหา

บางครั้งการทำงานบ้านก็ทำให้เราเกิดความเครียดได้อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่นหลังกลับมาจากทำงานเหนื่อยๆ ก็ยังต้องแวะซื้อของและเก็บกวาดบ้านอีก ดังนั้นการปล่อยวางบ้างในบางครั้งก็ดีต่อสุขภาพจิตของเรามากกว่า

ที่มา: brightside