รวมพฤติกรรมของเด็กที่จริงๆ แล้ว อาจเป็นสัญญาณของการขอความช่วยเหลือ

0
225

เด็กเป็นวัยที่ใสซื่อและไร้เดียงสา แต่ถึงอย่างไรก็ตามพวกเขาก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีอารมณ์ความรู้สึกเช่นเดียวกับผู้ใหญ่ แน่นอนว่าเด็กๆ เองก็ต้องมีวันที่พวกเขารู้สึกเครียด ซึมเศร้า หรือโมโห แต่อาจไม่รู้ว่าจะต้องจัดการกับความรู้สึกเหล่านั้นอย่างไร บางครั้งมันจึงถูกแสดงออกมาในรูปแบบของพฤติกรรมที่ทำให้พ่อแม่ปวดหัวแทน

พฤติกรรมไม่พึงประสงค์ของเด็กน้อยวัยไร้เดียงสา ซึ่งจริงๆ แล้วพฤติกรรมเหล่านั้นคือวิธีการที่เด็กๆ ใช้ส่งสัญญาณเพื่อขอความช่วยเหลือจากพ่อแม่ผู้ปกครอง ดังนั้นพ่อแม่จึงต้องทำความเข้าใจและช่วยแก้ไขปัญหาอย่างถูกวิธี

การที่เด็กแสดงความโมโหออกมาแม้กระทั่งในเวลาที่พ่อแม่กำลังแสดงความรักไม่ได้แปลว่าพวกเขาโกรธหรือเกลียดอะไร แต่เกิดจากการที่สมองนั้นยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้ยังไม่สามารถแสดงพฤติกรรมได้อย่างถูกต้อง วิธีแก้คือสอนให้เด็กๆ แสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมและให้ทำซ้ำจนสามารถจดจำพฤติกรรมดีๆ เหล่านั้นแทนพฤติกรรมที่ไม่ดีได้

บางครั้งเด็กๆ ก็กรีดร้องหรือแสดงอารมณ์ความรู้สึกที่หลากหลายออกมาในเวลาเดียวกันซึ่งเรียกว่าอาการฮิสทีเรีย เกิดจากการที่เด็กๆ ยังไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้อย่างเต็มที่ สิ่งที่พ่อแม่ควรทำก็คือการปล่อยให้เด็กๆ ได้ปลดปล่อยอารมณ์ แต่ต้องคอยสอนว่าสิ่งใดไม่ควรทำ และสอนให้เด็กๆ รู้จักการแสดงอารมณ์อย่างเหมาะสมแทน

การที่เด็กๆ ปฏิเสธที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการไม่ยอมสวมรองเท้า แต่งตัว จัดกระเป๋า หรือขึ้นรถไปโรงเรียน อาจเกิดจากการที่พวกเขาเหนื่อยล้าเกินไปและต้องการการพักผ่อน พ่อแม่จึงไม่ควรบังคับให้ลูกๆ ต้องเรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างมากเกินไปในคราวเดียว เพราะนอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้วยังทำให้เกิดผลเสียต่อพัฒนาการด้วย

ในทางกลับกันการที่เด็กๆ ไม่ยอมอยู่นิ่ง พยายามต่อสู้ วิ่งหนี หรือทำตัวซุกซนตลอดเวลา อาจเกิดจากการที่พวกเขามีกิจกรรมให้ทำน้อยเกินไป จึงควรพาเด็กๆ ออกไปวิ่งเล่นหรือเรียนรู้สิ่งต่างๆ ทั้งในและนอกบ้านให้มากขึ้น

บางครั้งเด็กๆ ก็เกิดอาการเบื่อของเล่นชิ้นโปรดของตนเองได้ จนเริ่มโยนทิ้ง ไม่สนใจ หรือทำลายของเล่นเหล่านั้น ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นสัญญาณที่บอกให้รู้ว่าพวกเขาต้องการทำกิจกรรมอย่างอื่นมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการออกไปวิ่งเล่นนอกบ้าน การเล่นเกม หรือการใช้เวลากับพ่อแม่ และไม่ต้องการที่จะนั่งเล่นของเล่นตามลำพังแล้วในตอนนี้

เด็กนั้นอยู่ในวัยของการเรียนรู้ บางครั้งพวกเขาก็ต้องการเรียนรู้ในเรื่องของการเข้าสังคมและการใช้อำนาจ จึงทำให้เด็กๆ เริ่มปฏิเสธทุกอย่างที่พ่อแม่บอกให้ทำ ซึ่งพ่อแม่สามารถควบคุมได้ด้วยการเสนอตัวเลือกให้เด็กๆ แทน อย่างเช่นให้พวกเขาเลือกว่าจะเก็บของเล่นตอนนี้หรือจะกลับมาเก็บของเล่นให้เข้าที่หลังจากออกไปเดินเล่นกันแล้ว

พฤติกรรมการพูดจาโอเวอร์เกินจริงไปบ้างในบางครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่ถ้าเด็กๆ เริ่มทำบ่อยจนเกินไป มันอาจเกิดจากการที่เด็กๆ กลัวที่จะพูดความจริงหรือกลัวปฏิกิริยาของพ่อแม่ ดังนั้นพ่อแม่จึงไม่ควรทำให้เด็กๆ รู้สึกกลัวที่จะต้องพูดความจริงหรือสารภาพความผิด ด้วยการไม่ใช้อารมณ์และตัดสินเรื่องราวต่างๆ อย่างมีเหตุผลเสมอ

เด็กยังไม่สามารถควบคุมอารมณ์หรือจัดการกับความรู้สึกของตัวเองได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะความกลัวหรือความโกรธที่ทำให้เด็กๆ มักแสดงออกมาด้วยพฤติกรรมที่ไม่น่ารักอย่างเช่นการตีผู้อื่น วิธีป้องกันคือต้องไม่ให้เด็กๆ เรียนรู้พฤติกรรมการใช้ความรุนแรง และค่อยๆ สอนให้พวกเขาเรียนรู้ ซึ่งจะเริ่มควบคุมตัวเองได้ตอนอายุ 5 ขวบขึ้นไป

ที่มา: brightside