ใส่ใจตัวเองกับ 10 อารมณ์ความรู้สึก ที่อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงสุขภาพจิตได้

0
606

หลายครั้งเราคิดว่าความรู้สึกหงุดหงิด เบื่อหน่าย หรือเศร้า นั้นเป็นแค่อารมณ์ธรรมดาๆ ที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ความจริงแล้วบางครั้งอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับเรานั้นอาจมีอะไรมากกว่าที่คิด เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าเรากำลังมีปัญหาด้านสุขภาพจิตอยู่ก็เป็นได้

วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักเกี่ยวกับอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับสภาพจิตใจของเรา ที่อาจมีสัญญาณเตือนที่ถูกแสดงออกผ่านพฤติกรรมที่แสนธรรมดา อย่างเช่นความรู้สึกไม่อยากไปทำงาน หรือความรู้สึกหงุดหงิดกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน

พฤติกรรมไม่เอาใจใส่และละเลยในหน้าที่การงานอาจไม่ใช่แค่นิสัยที่ไม่ดีของแต่ละคนเสมอไป แต่ถ้าหากมันรุนแรงถึงขั้นลางานบ่อยผิดปกติ ยอมถูกหักเงินดีกว่าไปทำงาน ก็อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าคนๆ นั้นกำลังป่วยเป็นโรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบต่อต้านสังคม ที่ทำให้พวกเขาไม่อยากเข้าสังคม พบปะผู้คน หรือทำงานร่วมกับคนอื่นนั่นเอง

ความอายก็อาจเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าใครบางคนมีความผิดปกติได้เช่นกัน โดยเฉพาะถ้าอาการนั้นหนักหนาสาหัสถึงขั้นทำให้ไม่อยากเข้าสังคมหรือทำสิ่งใดต่อหน้าคนอื่น ก็อาจนำมาซึ่งภาวะความผิดปกติด้านบุคลิกภาพชนิดแยกตัว

การผัดวันประกันพรุ่งอาจไม่ได้เกิดจากความเกียจคร้านหรือความขี้เกียจเท่านั้น แต่อาจมีสาเหตุมาจากความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบ passive-aggressive หรือเรียกง่ายๆ ว่า ดื้อเงียบ ที่ทำให้ผู้คนไม่อยากทำสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ไม่อยากทำตามกฎระเบียบ ซึ่งอาจนำไปสู่อาการที่ร้ายแรงกว่าอย่างเช่นโรคซึมเศร้าได้

คนที่ขี้โมโหและหงุดหงิดง่ายก็อาจเกิดจากความผิดปกติทางจิตได้เช่นกัน อย่างเช่นภาวะบุคลิกภาพผิดปกติชนิดก้ำกึ่ง เป็นความผิดปกติทางจิตที่ส่งผลต่อความคิดและความรู้สึกที่ผู้ป่วยมีต่อตนเองและผู้อื่น ผู้ป่วยอาจมีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ อารมณ์รุนแรง หุนหันพลันแล่น มีความคิดและนิสัยไม่คงที่ ซึ่งส่งผลให้มีปัญหาในการรักษาความสัมพันธ์กับผู้อื่นและการใช้ชีวิตประจำวัน

การโทษตัวเองบ่อยๆ ก็เป็นสิ่งที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตเช่นกัน เพราะมันอาจนำไปสู่ความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบหลีกเลี่ยง ที่เกิดขึ้นเมื่อผู้ป่วยไม่สามารถทนรับความกดดันหรือความรู้สึกผิดได้ จึงหาทางหลีกเลี่ยงการเข้าสังคมหรือหลีกเลี่ยงการลงมือทำสิ่งที่อาจก่อให้เกิดความผิดพลาดได้นั่นเอง

โรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบหวาดระแวง ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะคนที่อยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่น ที่ส่งผลให้เกิดความหวาดระแวงที่มากจนเกินเหตุ จนทำให้ไม่ไว้ใจคนรักของตัวเอง หรือแม้กระทั่งไม่ไว้ใจคนรอบข้างและครอบครัว และคิดไปเองว่าการกระทำบางอย่างของคนอื่นนั้นมีจุดประสงค์ที่ไม่ดีแอบแฝงอยู่ตลอดเวลา

การปลีกตัวออกจากสังคมหรือคนรอบข้างไม่ใช่สิ่งที่ผิดปกติ แต่บางครั้งถ้าหากว่ามันมากเกินไป มันก็อาจเกิดจากความผิดปกติของสภาพจิตใจได้ ที่ทำให้ผู้ป่วยไม่กล้าลงมือทำสิ่งใหม่ๆ หรือพาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อหน้าที่การงานไปจนถึงการรักษาความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

โรคบุคลิกภาพแปรปรวนแบบฮีสทีเรีย เป็นสิ่งที่หลายคนคุ้นเคยแต่อาจมีความเข้าใจที่ผิด โดยเข้าใจว่าเป็นโรคขาดผู้ชายไม่ได้ แต่จริงๆ แล้วเป็นโรคที่ทำให้ผู้ป่วยมีอารมณ์ที่อ่อนไหวผิดปกติ มีการแสดงออกที่รุนแรง และชอบเรียกร้องความสนใจจากคนรอบข้างนั่นเอง

การดูแลสิ่งต่างๆ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เสมอนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้ามันมากจนเกินไปก็อาจเป็นอาการของโรคย้ำคิดย้ำทำได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตอีกด้วย

ความมั่นใจในตนเองที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไปนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนควรมี แต่ถ้ามีความมั่นใจในตนเองมากจนเกินไปก็อาจเป็นอาการของโรคหลงตัวเองได้ โดยผู้ป่วยโรคนี้จะมีลักษณะยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง ต้องการการยกยอชื่นชม และขาดความเห็นใจผู้อื่น มักหมกมุ่นอยู่กับการโอ้อวดตัวตนของตัวเอง

ที่มา: brightside