รวมความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ ที่ผู้ใช้รถทุกคนควรทราบเพื่อความปลอดภัย

0
1163

การขับขี่รถยนต์ในปัจจุบันมีความปลอดภัยมากกว่าในอดีต เพราะเทคโนโลยี วิวัฒนาการ และอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่มีความก้าวหน้า แต่ถึงอย่างนั้นถ้าเรามีความรู้และรู้จักระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยไว้ก่อนก็ย่อมดีกว่าเสมอ

สิ่งที่ผู้ขับรถยนต์ทุกคนควรทราบ เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนของทั้งตนเองและผู้อื่น ที่สามารถช่วยหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดอุบัติเหตุหรือเหตุสุดวิสัยขึ้นมาได้ โดยเป็นคำแนะนำจากช่างซ่อมรถยนต์ตัวจริงเสียงจริง

ไม่ควรกดปุ่มดับเครื่องยนต์ในขณะที่รถกำลังวิ่งอยู่ ถึงแม้ว่าระบบเครื่องยนต์จะมีกลไกการป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุที่ได้มาตรฐาน และถ้าดับเครื่องในขณะที่รถวิ่งไม่เร็วก็จะไม่เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายๆ แต่ก็เป็นสิ่งที่มีความอันตรายอยู่ดี

อย่าใส่เกียร์ถอยในขณะที่รถกำลังวิ่งอยู่ เพราะระบบจะไม่สามารถประมวลผลได้และเกียร์ถอยจะไม่ทำงาน ดังนั้นจึงควรเหยียบเบรคให้สนิทแล้วจึงค่อยทำการเปลี่ยนเกียร์

อย่าใส่เกียร์ P หรือเกียร์จอดรถขณะที่รถกำลังวิ่งอยู่ด้วยเช่นกัน เพราะเมื่อรถอยู่ในเกียร์นี้ระบบต่างๆ จะปิดการทำงาน และถ้าหากว่ารถกำลังวิ่งอยู่และใส่เกียร์ P ไปด้วยก็จะทำให้เกิดความเสียหายกับระบบได้

ไม่ควรนำพวงกุญแจรถยนต์ไปร้อยกับกุญแจอื่นๆ เพราะน้ำหนักที่มากจะทำให้สวิตช์เกิดความเสียหาย

ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถยนต์ตามคำแนะนำของช่างหรือคู่มือที่ติดมากับรถยนต์อย่างเคร่งครัด เพราะน้ำมันเครื่องมีส่วนช่วยในการทำงานของเครื่องยนต์ ถ้าหากเราไม่เปลี่ยนตามกำหนดก็จะทำให้รถยนต์ทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร

และนอกจากจะต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามกำหนดแล้ว ยังไม่ควรเติมน้ำมันเครื่องมากจนเกินไปหรือเติมเผื่อ เพราะนอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้วยังอาจทำให้เกิดความผิดปกติอย่างเช่นเพลิงไหม้ได้

อย่ารอจนน้ำมันหมดถังจึงค่อยเติม เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายกับถังน้ำมันและเครื่องยนต์ เมื่อน้ำมันใกล้จะถึงขีดล่างสุดก็ควรเลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมันไปเติมทันที

อย่าละเลยสัญญาณเตือนที่หน้าปัด บางคนไม่เคยมองหน้าปัดรถยนต์เลยก่อนที่จะขับออกไป ซึ่งบางครั้งหน้าปัดก็อาจส่งสัญญาณให้เรารู้เกี่ยวกับความผิดปกติของรถยนต์ที่อาจทำให้เกิดอันตราย

นอกจากนี้เราควรตรวจเช็คลมยางอย่างสม่ำเสมอ เพราะการขับขี่รถยนต์โดยที่ยางแบนนั้นอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ฉะนั้นการไม่ประมาทดีที่สุด

นอกจากตรวจเช็คและเติมลงยางอย่างสม่ำเสมอแล้ว ก็ควรมีการตั้งศูนย์ถ่วงล้อด้วยเช่นกัน เพราะถ้าไม่ทำตัวล้อก็จะมีความสั่นสะเทือน และอาจทำให้ช่วงล่างของรถยนต์เกิดความเสียหาย

ที่มา: brightside