18 ความจริงเกี่ยวกับ คาเมรอน ดิแอซ นักแสดงดังผู้หันหลังให้กับวงการบันเทิง

0
7841

ในโลกนี้มีนักแสดงหลายคนที่โด่งดังและประสบความสำเร็จ แต่ก็มีไม่กี่คนเท่านั้นที่เรียกได้ว่าเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงระดับโลก หนึ่งในนั้นคือ คาเมรอน ดิแอซ นักแสดงและนางแบบสาวสวย ที่มีผลงานการันตีหลายเรื่องด้วยกัน

เรื่องราวความจริงน่ารู้เกี่ยวกับ คาเมรอน ดิแอซ นักแสดงและนางแบบสาวชาวอเมริกัน ที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก นอกจากจะมีผลงานการแสดงภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จหลายเรื่อง ก็ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลมากมาย

คาเมรอน ดิแอซ เกิดวันที่ 30 สิงหาคม 1972 คุณแม่เป็นตัวแทนนำเข้าและส่งออกสินค้า ส่วนคุณพ่อเป็นหัวหน้าคนงานในบริษัทน้ำมัน เธอมีเชื้อสายคิวบา อังกฤษ และเยอรมนี แม้ครอบครัวของเธอจะไม่ร่ำรวยแต่ก็อบอุ่น

คาเมรอนเติบโตมากับพี่สาวชื่อคิเมเน ตอนเด็กๆ เธอรักสัตว์มาก สัตว์เลี้ยงของเธอมีทั้งงู หนู และสัตว์อื่นๆ อีกหลายชนิด เธอมีความฝันอยากทำงานในสวนสัตว์ นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนร่วมชั้นกับ Snoop Dog อีกด้วย

คาเมรอน ดิแอซ เข้าวงการนางแบบตอนอายุ 16 ปี เธอเซ็นสัญญากับบริษัท Elite Model Management แต่ในสมัยนั้นเธอยังไม่มั่นใจในรูปร่างหน้าตาของตนเองมากนัก และมักจะเปรียบเทียบตนเองกับนางแบบคนอื่นเสมอ

เธอเริ่มอาชีพนักแสดงตอนอายุ 21 ปี โดยไปสมัครคัดตัวกับภาพยนตร์เรื่อง The Mask ตามคำแนะนำของบริษัท และเมื่อได้รับการคัดเลือก คาเมรอนก็ต้องไปเรียนการแสดงเพราะไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนเลย

ผลงานการแสดงของเธอและ จิม แคร์รีย์ ทำให้ภาพยนตร์เรื่อง The Mask ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และกลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุด 1 ใน 10 อันดับของปี 1955 โดยเธอได้รับคำชมว่าเธอนั้นดูสง่างาม แต่คาเมรอนเห็นตรงกันข้าม เธอคิดว่าเธอเหมาะกับภาพยนตร์แนวตลกเพราะเธอเป็นคนเปิ่นๆ

หลังจากประสบความสำเร็จกับภาพยนตร์เรื่องแรกก็มีงานเข้ามามากมาย เธอมีภาพยนตร์ถึง 3 เรื่องในปี 1996 ได้ร่วมงานกับ จูเลีย โรเบิตส์ ในภาพยนตร์เรื่อง My Best Friend’s Wedding ปี 1997 และปีต่อมาก็ได้เล่นเรื่อง There’s Something About Mary ที่ทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Golden Globe Award

หลังจากนั้นคาเมรอนก็เริ่มรับบทที่จริงจังมากขึ้น ในปี 1999 เธอรับบทเป็นภรรยาผู้ไม่มีความสุขในภาพยนตร์เรื่อง Being John Malkovich และก็แสดงได้เป็นอย่างดีจนได้รับคำชมจากนักวิจารณ์

คาเมรอนพากย์เสียงให้กับตัวละคร Fiona ในภาพยนตร์เรื่อง Shrek และได้รับบทในภาพยนตร์เรื่อง Gangs of New York ซึ่งเธอบอกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นจุดสูงสุดในชีวิตนักแสดงของเธอ

ในปี 2010 Forbes จัดอันดับให้คาเมรอน ดิแอซ เป็นดาราที่ร่ำรวยที่สุด ติดอันดับ 60 ท่ามกลางบรรดามหาเศรษฐี 100 คน และแม้ว่าหลังจากนั้นเธอจะได้ร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่อง The Counsellor ที่ได้รับคำติมากกว่าคำชม แต่บทบาทของเธอในภาพยนตร์เรื่องนี้กลับได้ชื่อว่าเป็นบทบาทที่ดีที่สุดในรอบหลายปี

จนกระทั่งในปี 2014 การแสดงของเธอในภาพยนตร์เรื่อง Annie ได้รับคำวิจารณ์ที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก คาเมรอนจึงตัดสินใจพักจากการแสดงชั่วคราว เพราะที่ผ่านมาเธอทำงานหนักติดต่อกันเป็นเวลานานหลายปี

ในปี 2013 คาเมรอน ดิแอซ ได้เขียนหนังสือชื่อ The Body Book ที่กลายเป็นหนังสือขายดีอันดับ 1 ของ New York Times ต่อมาในปี 2016 เธอก็มีผลงานเขียนอีกเล่มหนึ่งชื่อว่า The Longevity Book

ในปี 2014 Nicole Richie แนะนำให้เธอได้รู้จักกับหนุ่มนักดนตรี เบนจี แมดเดน (Benji Madden) ทั้งคู่คบหาดูใจกันและแต่งงานกันในอีก 10 เดือนต่อมา และมีลูกสาวด้วยกัน 1 คนชื่อว่าหนูน้อย Raddix Madden

ในการสนทนาครั้งล่าสุดระหว่างเธอและกวินเน็ธ พัลโทรว์ คาเมรอนบอกว่าเธอตัดสินใจออกจากวงการบันเทิงเพราะตระหนักได้ว่าที่ผ่านมาเธอไม่มีเวลาให้กับตัวเอง และการออกจากวงการก็ทำให้เธอได้ค้นพบความสงบสุข

คาเมรอน ดิแอซ คิดว่านักแสดงส่วนใหญ่นั้นมีความเป็นเด็ก เธอจึงอยากเป็นคนที่สามารถดูแลตัวเองได้ และมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น รวมทั้งใช้ชีวิตในแบบที่ตนเองต้องการ ไม่ใช่ในแบบที่คนอื่นคาดหวัง

ในอดีตเธอให้ความสำคัญกับรูปร่างหน้าตาของตนเองมาก แต่ปัจจุบันเธอแทบจะไม่ได้สนใจเรื่องนี้เลย เธอบอกว่ารูปร่างหน้าตาเป็นสิ่งที่เธอคิดถึงเป็นเรื่องสุดท้ายในชีวิตประจำวัน และแทบจะไม่ได้ล้างหน้าเลยด้วยซ้ำไป

คาเมรอน ดิแอซ ไม่ชอบการทำศัลยกรรมหรือแม้แต่การฉีดโบทอกซ์ เธอได้ทำศัลยกรรมแค่ในสถานการณ์ที่จำเป็นเท่านั้น นั่นก็คือตอนที่เธอเล่นเซิร์ฟจนจมูกหักนั่นเอง

เมื่อถามถึงสิ่งที่คาเมรอน ดิแอซ อยากสอนให้กับลูกสาว เธอบอกว่าเธอไม่อยากให้ลูกยึดติดกับภาพลักษณ์ภายนอก ไม่อยากให้เอาตัวเองไปผูกติดกับคำว่าสวยหรือน่ารัก อยากให้ลูกได้ค้นหาตัวตนที่แท้จริงของตนเอง

คาเมรอน ดิแอซ เผยว่าเธอมีความสุขกับตัวเองในแบบที่เป็น เธอไม่คิดอยากทำศัลยกรรมหรือเพิ่มขนาดหน้าอก เธอคิดว่าสาวๆ หลายคนเลือกที่จะทำเพื่อให้คนอื่นพอใจ แต่ตอนนี้เธอมีความสุขและพอใจในตัวเองแล้ว

ที่มา: brightside