ความพลาดของผู้คน ที่พิสูจเราไม่ใช่คนโชคร้ายคนเดียวในโลก

0
261

ชีวิตของคนเรานั้นเป็นการผสมผสานกันระหว่างโชคร้ายและโชคดี เพราะไม่ว่าเราจะเป็นใครมาจากไหน ก็ต้องพบเจอกับทั้งเรื่องร้ายและเรื่องดีปะปนกันไปเสมอ และแน่นอนว่าไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงโชคร้ายหรือความซวยได้เลย

พบกับตัวอย่างของเรื่องราวความโชคร้ายในชีวิต ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าทุกคนย่อมมีโอกาสได้พบเจอกับเรื่องดีๆ และเรื่องแย่ๆ ไม่แตกต่างกันมากเท่าไหร่นัก และในวันที่รู้สึกโชคร้าย จงจำไว้ว่ายังมีคนที่โชคร้ายเท่ากับหรือมากกว่าเราเสมอ

ภาพที่ดูเหมือนคุกกี้หรือพายที่ทำจากช็อกโกแลตหรือโกโก้ จึงมีสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำ แต่จริงๆ แล้วนี่คือภาพของพิซซ่าที่ใครบางคนลืมไว้ในเตาและเผลอหลับไปจนมันไหม้เกรียม

การเลือกผลไม้ต้องอาศัยทั้งประสบการณ์และความโชคดีด้วย ถ้าเราโชคดีเราก็จะได้กินแตงโมหวานฉ่ำ แต่ถ้าโชคร้ายก็อาจจะพบกับแตงโมที่มีแต่เปลือกทั้งผล ไม่มีเนื้อเลยแม้แต่นิดเดียว

ไม่มีใครอยากพบเจอกับเรื่องโชคร้ายตั้งแต่เช้าตรู่ โดยเฉพาะโชคร้ายที่ทำให้เราตื่นเต็มตายิ่งกว่าน้ำเย็นๆ จากฝักบัว นั่นก็คือกระจกที่แตกกระจายไปทั่วห้องน้ำนั่นเอง

ความผิดพลาดในการทำสิ่งต่างๆ สามารถเกิดขึ้นได้อยู่เสมอ แม้แต่ในโรงงานของบริษัทใหญ่ยักษ์อย่างไอศกรีมโอริโอก็อาจจะลืมใส่โอริโอลงมาในไอศกรีมของเรา

ภาพโฆษณาและสินค้าจริงมักจะมีความแตกต่างกันอยู่แล้ว แต่บางคนก็เรียกได้ว่าโชคร้ายเพราะพบเจอกับความแตกต่างที่ยากจะมองข้ามไปได้จริงๆ

การทำขนมไม่ใช่เรื่องง่ายและไม่ใช่เรื่องยาก เพราะถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะสามารถทำได้ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะทำสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ลอง

เรื่องราวความน่าเห็นใจของนักศึกษาคนหนึ่งที่ตื่นมาเรียนแต่เช้า เพื่อพบว่าไม่มีการเรียนการสอน และเขาไม่รู้เพราะไม่ได้อยู่ในกลุ่มแชทของวิชาดังกล่าว

คนโชคร้ายอาจจะขับรถไปเหยียบตะปูหรือเหล็กแหลม แต่คนดวงซวยนั้นอาจจะขับรถไปทับเข้ากับคีมที่สามารถเจาะทะลุยางรถยนต์ของเขาได้เช่นเดียวกัน

ภาพจิ๊กซอว์ที่มีความละเอียดซับซ้อนและต่อได้ยากมากๆ แต่ใครบางคนก็ได้ใช้เวลากว่า 2 ปีค่อยๆ ต่อจนเกือบสำเร็จ เพื่อพบว่าชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ได้หายไป 1 ชิ้น

คนที่สั่งซื้อโทรทัศน์เครื่องใหญ่ 70 นิ้วมาใหม่ และใช้เวลานานเกือบชั่วโมงในการติดตั้ง ก่อนจะลองเปิดดูและพบว่าโทรทัศน์นั้นเสียและต้องส่งกลับไปเคลมอีก

การเลี้ยงสุนัขทำให้เราได้พบเจอกับเรื่องที่เรียกได้ว่าจะเป็นความโชคร้ายก็ไม่ใช่ หรือวีรกรรมแสบซนก็ไม่เชิง เพราะมันเกิดจากทั้งสองสิ่งรวมกันอย่างเช่นเมื่อเจ้าตูบคาบลูกเทนนิสมาจุ่มในแก้วกาแฟ

ที่มา: brightside