เผยความผิดพลาด 10 อย่าง ที่ทำให้เรา เสียเงินในการซื้อของกิน มากเกินจำเป็น!!

0
696

เราเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตเกือบทุกวัน แต่เราไม่ค่อยได้คิดถึงนิสัยการช้อปปิ้งที่ผิด แต่ว่า เรื่องเล็กๆ น้อยๆ นั้นสามารถทำให้เราเปลืองเงินไปได้มากเลย

ทางเรามีนิสัยการช้อปปิ้งที่ผิดมาให้ดูกัน และมีวิธีแก้ไขให้ประหยัดเงินมากขึ้นโดยที่คุณภาพของสินค้านั้นไม่ลดลงเลย!

1. ช้อปปิ้งผิดลำดับ

ยากมากที่จะจำกัดปริมาณสิ่งของที่เราซื้อ แต่การซื้อสินค้าที่ดีต่อสุขภาพนั้นก็เป็นเรื่องที่ดี ถ้าเราอยากช้อปปิ้งให้เต็มตะกร้า ให้เริ่มจากซื้อผักก่อน ผักจะกินเนื้อที่ในตะกร้าเยอะมาก ทำให้มีที่ว่างใส่ของที่ราคาสูงและไม่ดีต่อสุขภาพน้อยลง

2. ไม่รู้ราคาของสิ่งของที่ซื้อเป็นประจำ

ลองจำหรือไม่ก็จดราคาของที่ซื้อเป็นประจำ จะได้ไม่หลงกลการลดราคาปลอมๆ ที่ความจริงแล้วราคาไม่ได้ลดหรอก แต่ห้างติดป้ายว่าลดราคาเยอะมาก

8. ไม่วางแผนก่อน

ถ้าเราวางแผนว่าจะทำอะไรกินตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์ เราก็จะรู้ว่าควรซื้อของอะไรบ้าง จะได้ไม่ต้องซื้อของมาเสียเปล่า

7. ไม่ได้สนใจน้ำหนักของสิ่งที่ซื้อ

ถ้ามีชีส 2 แพ็กที่ขนาดใกล้เคียงกัน แล้วมีอันนึงถูกกว่าอีกอันอยู่นิดหน่อย อย่าเพิ่งรีบซื้ออันที่ราคาถูกกว่า! ให้ดูน้ำหนักของก่อน แล้วคิดสัดส่วนราคาต่อน้ำหนัก

6. ไม่สนใจแบรนด์ของห้างเอง

ห้างเกือบทุกห้างขายสินค้าของตัวเอง สินค้าพวกนี้ราคาถูกกว่าสินค้าแบรนด์ดัง แล้วคุณภาพก็ไม่ได้ด้อยกว่าแบรนด์ดังเลย ความแตกต่างอย่างเดียวคือมันใส่แพ็กเก็จที่ไม่มีสีสันเท่าสินค้าแบรนด์ดัง นอกจากนั้น สินค้าพวกนี้ยังทำมาจากโรงงานเดียวกันกับสินค้าแบรนด์ดังอีกด้วย

5. ไม่ลองผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ

หลายคนชอบซื้อของแบรนด์เดียว กลัวการลองของแบรนด์ใหม่แต่ว่าสินค้าของแบรนด์ที่ไม่เป็นที่รู้จักนั้นมักจะขายสินค้าในราคาถูก ดังนั้นอย่ากลัวการลองของใหม่เลย

4. ไม่ดูการลดราคา

มีแอพที่บอกข้อมูลของที่ลดราคาในห้างอยู่ แอพพวกนี้ช่วยให้เราคำนวณราคาของสินค้าเดียวกันในแต่ละห้างเพื่อหาห้างที่ของราคาถูกที่สุด

3. การหลีกเลี่ยงของราคาถูก

ซีเรียล น้ำตาล เกลือ เครื่องเทศ และของคล้ายๆ กันนี้มีราคาถูกได้ อย่างเช่น น้ำตาลที่ใส่แพ็กเก็จธรรมดามีคุณภาพพอๆ กับน้ำตาลที่ขายในแพ็กเก็จสวยๆ

2. เลือกสินค้าที่อยู่ด้านหน้า

ในการเลือกสินค้าที่สดที่สุด ให้ดูสินค้าที่อยู่ด้านหลัง พนักงานมักจะวางสินค้าที่ใกล้หมดอายุไว้ด้านหน้า

1. เป็นเหยื่อการตลาด

น้ำมักพืชที่มี “วิตามินอี” เกลือที่ “ไม่มี GMO” ไข่ที่มีไข่แดงสีส้ม… นี่เป็นการตลาดที่ช่วยทำให่คนซื้อของ แต่ก่อนที่เราจะซื้อของที่ “ไม่เหมือนใคร” ต้องถามตัวเองก่อนว่า ของพวกนี้มันพิเศษจริงเหรอ วิตามินอีมีอยู่ในเมล็ดทานตะวัน ดังนั้นมันต้องมีอยู่ในน้ำมันดอกทานตะวัน GMO มีแค่ในอาหารที่มาจากพืชหรือสัตว์ (ดังนั้นเกลือก็ไม่มีมี GMO อยู่แล้ว) สำหรับไข่แดงสีสด ทางโรงงานก็แค่เพิ่มอาหารเสริมไปในอาหารไก่แค่นั้นเอง

ที่มา: brightside